ตร.ปอท. บุกจับกุมเครือข่ายบ่อนพนันออนไลน์ 17 จุด

เจ้าหน้าที่ บก.ปอท. ลงพื้นที่จับกุมเครือข่ายบ่อนพนันออนไลน์ 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวบเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ และรับโอน-รับเงินเข้าบัญชี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

ที่ห้องวิดีคอนเฟอเรนซ์ บก.ปอท.ศูนย์ราชการอาคารบี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาร พิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผบก.ปอท. แถลงข่าว ปฏิบัติการ “ไพร่ฟ้าหน้าใส” หลังส่งเจ้าหน้า บก.ปอท. ลงพื้นที่จับกุมเครือข่ายบ่อนพนันออนไลน์

พล.ต.ท.ฐิติราช เผยว่า ปัจจุบันการพนันออนไลน์ได้แพร่หลายในประเทศไทยมากจำนวนหลายเว็บไซต์ อาทิ sbet sbetfb และ กูว่าแล้วมันต้องยิง ในเฟซบุ๊ก รวมกว่า 15 เว็บไซต์ แต่ประชาชนส่วนใหญ่สงสัยทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจับกุมปราบปรามไม่ได้สักที ทั้งนี้เนื่องจากบ่อนพนันออนไลน์ มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ เช่น ประเทศเพื่อนบ้านที่ติดอยู่กับจังหวัดสระแก้ว ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถปิดเว็บพนันได้ แต่ บก.ปอท.ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า พนันออนไลน์แม้จะมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ แต่จะยังใช้บัญชีธนาคารในประเทศไทยค่อยโอน-รับเงินจากลูกค้า และเช่าออฟฟิศตั้งคอลเซ็นเตอร์อยู่ในประเทศไทย

“จึงให้เจ้าหน้าที่ลงปฏิบัติการลงพื้นที่ 17 จุด ในกรุงเทพฯ 11 จุด อาทิ ย่านโชคชัยสี่ ย่านดอนเมือง ย่านบางรักเป็นต้น ส่วนอีก 6 จุด อยู่ต่างจังหวัดอาทิ จ.สมุทรสาคร จ.ตราด ย่านปากเกร็ด นนทบุรี และสระแก้ว โดยที่สระแก้วพบว่ามีการลากสายเคเบิลใยแก้วความเร็วสูง ข้ามฝังไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งใช้อินเทอร์เน็ตจากประเทศไทยเพราะมีความเร็วสูง จึงให้เจ้าหน้าที่ทำการตัดสายเคเบิลดังกล่าว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จับกุม ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ และรับโอน-รับเงินเข้าบัญชี ข้อหาร่วมกันจัดหาและสนับสนุนให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

‘คาสิโน’แหล่งเงินใหม่ญี่ปุ่น

แม้คาสิโนจะถูกหลายฝ่ายมองว่า เป็นสถานที่ “อโคจร” เป็นแหล่งก่อให้เกิดอาชญากร และปัญหาสังคมหลายอย่าง

แต่ฝ่ายบริหารของเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียส่วนหนึ่ง ไล่ตั้งแต่มาเลเซีย สิงคโปร์ มาเก๊า และ กัมพูชา เห็นเป็นแหล่ง ”โกย” รายได้

ล่าสุด ประเทศพี่ใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่น ก็ตัดสินใจ “เอา” ด้วย โดยรัฐสภาญี่ปุ่น ซึ่งมีพรรคแอลดีพี (LDP : Liberal Democratic Party) ของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เป็นแกนนำฝ่ายรัฐบาล ลงมติผ่านร่างกฎหมายให้คาสิโนเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา

รัฐสภาญี่ปุ่นออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเตรียมรองรับการเปิดคาสิโนเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ตครบวงจร (Integrated Resort : IR) เช่นเดียวกับคาสิโนในมาเก๊า สิงคโปร์ และ มาเลเซีย

นอกจากคาสิโนแล้ว รีสอร์ตไออาร์ยังประกอบด้วยโรงแรม ศูนย์การประชุม ศูนย์การค้า และสถานบันเทิง ถือเป็นศูนย์ธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำหรับทุกเพศวัย โดยผู้เข้าไปในรีสอร์ตไม่จำเป็นต้องเข้าคาสิโน

ทั้งนี้ หลังร่างกฎหมายผ่านรัฐสภา คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ มีกรอบเวลา 1 ปี ในการร่างระเบียบควบคุมการเปิดคาสิโน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น จะดำเนินการก่อสร้างรีสอร์ตไออาร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ในปี 2022 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า โดยญี่ปุ่นมีเป้าหมายโปรโมตรีสอร์ต ช่วงเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2020 หวังดึงต่างชาติที่ไปชมกีฬาโอลิมปิกให้กลับมาเที่ยวรีสอร์ต

ผู้นำญี่ปุ่นคาดหวังว่า คาสิโนจะเป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญส่วนหนึ่ง

ด้านนักวิเคราะห์คาดว่า ญี่ปุ่นจะมีรายได้จากรีสอร์ตไออาร์และคาสิโน ประมาณปีละ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (124,250 ล้านบาท)

มาเก๊าและสิงคโปร์ ซึ่งมีคาสิโนใหญ่อันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ในภูมิภาคเอเชีย มองความเคลื่อนนี้ด้วยความสนใจ

การมีกฎหมายรองรับคาสิโน ถือว่าเข้าทางผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่ในขณะเดียวกัน ก็สร้างความกังวลให้ชาวญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยผลสำรวจของโทรทัศน์ NHK พบว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการเปิดคาสิโน 44% เห็นด้วยเพียง 12%

ที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากหวั่นเป็นแหล่งก่อให้เกิดอาชญากร การติดการพนัน และปัญหาสังคมอื่นๆเพิ่มขึ้น

ขาพนันเวียดนามเฮอีกรอบ รัฐบาลไฟเขียวพนันบอล-ม้าแข่งถูกกฎหมาย

เอเอฟพี – บรรดาขาพนันในเวียดนามได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อทางการผ่อนคลายคำสั่งห้ามพนันกีฬา ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่ทำให้อุตสาหกรรมใต้ดินอันเฟื่องฟูขึ้นมาบนดิน หลังถกเถียงอภิปรายมานานหลายปีเกี่ยวกับการทำให้การพนันถูกกฎหมาย และรายได้ของรัฐจากภาษี

ทางการเวียดนามสั่งห้ามประชาชนเล่นพนันขันต่อในทุกรูปแบบ และอนุญาตให้เพียงแค่ชาวต่างชาติเท่านั้นที่สามารถเล่นพนันในกาสิโนไม่กี่แห่งของประเทศ

แต่กฎหมายที่ถูกละเมิดอย่างกว้างขวางนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันกีฬารายการสำคัญ ทำให้เงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์เปลี่ยนมือผ่านการพนันผิดกฎหมาย หรือกลุ่มรับพนันออนไลน์

เมื่อวันศุกร์ (3) รัฐบาลได้ประกาศโครงการนำร่องที่จะอนุญาตให้ประชาชนชาวเวียดนามที่มีอายุตั้งแต่ 21 ขึ้นไป สามารถพนันการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศได้ โดยโครงการนี้มีขึ้นหลังรัฐบาลเพิ่งประกาศโครงการคล้ายกันไปเมื่อเดือนก่อน ที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถเล่นพนันในกาสิโนในประเทศได้ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. เป็นต้นไป

“การแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศที่ได้รับการรับรองจากฟีฟ่าเท่านั้นที่สามารถพนันได้” กฎหมายใหม่ระบุ แต่มีข้อจำกัดว่า การพนันฟุตบอลไม่สามารถวางเดิมพันได้มากกว่า 1 ล้านด่ง (44 ดอลลาร์) ต่อการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ยังอนุญาตการเล่นพนันกับการแข่งม้า และการแข่งสุนัขเกรย์ฮาวด์ด้วย

การประกาศที่มีขึ้นนี้สร้างความยินดีให้แก่หลายคนในเวียดนามที่หลงใหลคลั่งไคล้ทั้งฟุตบอล และการพนัน

“ไชโย! ไม่ต้องพนันแบบหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปแล้ว” ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ชาวเวียดนามรายหนึ่งเขียนความคิดเห็นใต้ข่าว และยกย่องความเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่าเป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์

แต่ยังมีบางคนแสดงความวิตกว่า การพนันที่รัฐบาลตีตราว่าเป็นภัยร้ายของสังคมมายาวนาน จะทำให้ขาพนันยิ่งหมกมุ่น ด้วยเป็นที่รู้กันว่านักพนันในเวียดนามเดิมพันด้วยเงินเก็บสะสม หรือแม้แต่กระทั่งบ้านของตัวเอง ในการแข่งขันนัดสำคัญ

“ตอนนี้ ขาพนันก็มีอะไรให้เล่นพนันเพิ่มอีก หลายครอบครัวคงจะต้องเดือดร้อนกันอีกครั้ง” ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ระบุ.

สลากสั่งตัดโควตาตลอดชีพ‘ขายเกินราคา-ขายต่อรวมชุด’

สำนักงานสลากฯ ตัดโควตาตลอดชีพขายเกินราคา-ขายต่อเพื่อนำไปรวมชุด

นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะกรรมการสลากฯ ได้มีหนังสือตักเตือน สมาคม องค์กรมูลนิธิกว่า 127 แห่งทั่วประเทศ ที่นำสลากไปจำหน่ายไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งขณะนี้เป็นการเตือนครั้งที่ 1 หากเตือนครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จะมีบทลงโทษรุนแรงขึ้น ขณะที่รายย่อย 739 รายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่กระทำผิดนำสลากขายต่อเพื่อรวมชุดโดยไม่ขายเอง ถือว่าเป็นกลุ่มแสวงหากำไรไม่ประกอบอาชีพสลากโดยตรง จึงตัดสิทธิ์รับสลากไปขายในกลุ่มดังกล่าวเพื่อต้องการจัดสรรสลากให้ผู้ค้าตัวจริง ทั้งนี้ในการประชุมบอร์ดจากนี้ไป ทุกครั้งจะมีการพิจารณาตัดสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา

โดยที่ประชุมบอร์ดสลากเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังย้ำมติเดิมเกี่ยวกับการคุมเข้มตัวแทนจำหน่ายรายย่อยทั้งผู้ได้รับโควตาและผู้จองสลากผ่านธนาคารกรุงไทย หากตรวจพบจำหน่ายเกินราคาหรือนำสลากไปขายต่อเพื่อรวมชุด จะยกเลิกสัญญาการรับสลากไปจำหน่าย รวมถึงตัดสิทธิ์เป็นผู้ลงทะเบียนจองผ่านระบบธนาคารกรุงไทยและไม่ให้จำหน่ายสลากอีกต่อไป เนื่องจากเป็นบุคคลที่ได้สลากแล้วนำไปขายต่อลักษณะเก็งกำไรไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพโดยตรงในการขายสลาก

นอกจากมาตรการสำหรับตัวแทนรายย่อยแล้ว ส่วนของสมาคม องค์กร มูลนิธิที่จำหน่ายสลากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการรับสลากไปจำหน่าย ก็จะมีมาตรการดำเนินการเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ยอมรับว่าตั้งแต่รัฐบาล คุมเข้มเรื่องกำหนดราคา 80 บาท ทุกแผงขายสลาก 80 บาท แต่หลายแผงมีการรวมชุดจำหน่าย เนื่องจากผู้ซื้อต้องการถูกรางวัลจำนวนมาก จึงสั่งให้ผู้ขายรวมชุดมาตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ ขณะที่คนขายยอมรับว่ามีต้นทุนจึงคิดราคาสูงกว่าเดิม ในส่วนของสำนักงานสลากฯ มีความพยายามกวดขันอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้สลากชุดมีราคาสูงเกินไป และได้สั่งการให้ผู้ตรวจการลงพื้นที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงราคาตลาดสลากอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการปรับสมดุลปริมาณสลากในการเข้าสู่โร้ดแมประยะที่ 3 ที่คณะกรรมการสลากฯกำหนดไว้

ปีนี้สำนักงานสลากฯ มุ่งหมายให้เป็นปีแห่งการต่อต้านการพนันโดยจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงโทษภัยของการพนัน เพื่อสร้างสังคมที่มีความสุข มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป

รวบยกแก๊งพนันออนไลน์ ซวย!สุ่มส่งSMSเจอเบอร์”ผบ.ตร.”

รวบเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ สุ่มส่งข้อความเชิญชาวบ้านสมัครทางเว็บไซต์ สุดซวยเจอเบอร์มือถือ ผบ.ตร. และ ผบก.ป. สั่งกวาดล้างจับกุมได้ทั้งขบวนการ ยึดทรัพย์กว่า 60 ล้าน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) และ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายอนิรุทธ์ หรือชัย ศิลาพรประเสริฐ อายุ 38 ปี และนายเมธนวินท์ หรือบอล เวชสถล อายุ 37 ปี เครือข่ายผู้จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันหวยออนไลน์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยการประกาศชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันและร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันหวยออนไลน์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุว่า เครือข่ายพนันหวยออนไลน์จะสุ่มส่งข้อความ (SMS) จากโทรศัพท์หมายเลข 099-008-0455 ไปยังประชาชนทั่วไปให้เล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งนอกจากประชาชนทั่วไปแล้ว ตนเองยังได้รับข้อความด้วยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ฐิติราชไปสืบสวนหาขบวนการเหล่านี้ ซึ่ง พล.ต.ต.สุทินก็ได้รับข้อความนี้เช่นเดียวกัน

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนทราบว่าเว็บไซต์ส่งข้อความให้ประชาชนเข้าไปสมัครคือ ตลาดหวย จึงขอศาลออกหมายจับ และในวันที่ 23 ธ.ค.2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.ร่วมกับ สภ.เมืองขอนแก่นนำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมายที่จังหวัดขอนแก่น 12 เป้าหมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ประกอบไปด้วยนายชวนนท์ มาตบรรเทา, นายสุนทร สุดสงวน, นายธนากรณ์ ตันยะลา และนายอำนวย ชุมแพ ส่วนนายชูศักดิ์ ฟักสุข อยู่ระหว่างการจับกุม พร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก

สำหรับการดำเนินด้านการเงินได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 48 วรรคสองอายัดทรัพย์ที่เชื่อได้ว่ามีการโอนจำหน่ายยักย้ายปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิด จำนวน 34 บัญชี ยอดเงินรวม 57,376,546.77 บาท

ทั้งนี้หลังจากจับกุมผู้ต้องหา 4 คนแล้ว ได้ปิดตัวลงแล้วเปลี่ยนมาเป็นเว็บไซต์ใหม่เป็นแต่ฐานข้อมูลลูกค้าและผู้ดูแลยังเป็นกลุ่มเดิม ชุดสืบสวนจึงแกะรอยทางคอมพิวเตอร์จนทราบถึงเครือข่ายขบวนการประกอบด้วยผู้ดูแลเว็บไซต์ ผู้จัดการทั่วไปและนายทุนใหญ่ จนกระทั่งวันที่ 16 ก.พ.2560 จึงได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่ จ.ขอนแก่น 5 จุด และพื้นที่กรุงเทพ 2 จุด ตามแผนปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ 13 ชุด, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 6 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง, ไอแพด 1 เครื่อง, จอคอมพิวเตอร์ 14 จอ, กล้องวงจรปิด 3 ตัวพร้อมฮาร์ดดิสก์ 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ 19 เล่ม,บัตรเอทีเอ็ม 21 ใบ, สมุดบัญชีลูกค้าและสรุปยอดเงิน 1 เล่ม,โพยรับแทงพนันฟุตบอล 85 เล่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

“เครือข่ายนี้ถือว่าเป็นรายใหญ่ในปี 2560 ซึ่งต้องเร่งสืบสวนอีก เพราะพบว่ายังมีทรัพย์สินของเครือข่ายนี้อีกกว่า 100 ล้านบาทที่ต้องเร่งติดตามอายัดต่อไป พร้อมติดตามจับกุมเครือข่ายที่เหลืออยู่”

ด้าน พ.ต.อ.สันติกล่าวว่า พฤติกรรมของกลุ่มเหล่านี้ จะส่งข้อความไปยังประชาชน ถ้าใครหลงเชื่อก็จะเข้าไปสมัครตามเว็บไซต์แล้วก็มีการเล่นการพนันหวยออนไลน์ เราจึงทำการสืบสวนสืบสวนส่งตำรวจเข้าไปหาข้อมูลจนทราบเส้นทางการเงิน วิธีการกระทำความผิดรวมถึงแฝงเข้าไปที่โครงข่ายเว็บไซต์รู้จุดตำแหน่งที่กระทำความผิดได้ จึงสามารถขยายผลจับกุมได้ทั้งขบวนการก่อนประสาน ป.ป.ง.อายัดทรัพย์สินได้เกือบ 60 ล้านบาท

“ในการเล่นการพนันออนไลน์ของเครือข่ายนี้ วันหนึ่งๆมีการออกหวยวันละกว่า 10 รอบ สารพัดหวย มีเงินหมุนเวียนวันละหลายสิบล้านบาท”พ.ต.อ.สันติกล่าว.

วงไฮโลกระเจิง! ไอ้โม่งบุกกราดยิงกลางงานศพ ตาย 3 คนร้ายลอยนวล

เกิดเหตุมือปืนบุกใช้ เอ็ม16 กราดยิงวงไฮโลในงานศพที่อุทัยธานี มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรลานสัก เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 99/7 หมู่ 5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปบริเวณบ้านขณะมีงานศพเจ้าของบ้าน คือ นางจอม อายุ 90 ปี แล้วใช้ปืน เอ็ม16 กราดยิงใส่คนในงานที่กำลังตั้งวงเล่นการพนัน ส่งผลให้ต้องวิ่งหนีกันกระเจิง สิ้นเสียงปืนปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย ผู้ร่วมเหตุการณ์ต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลลานสักอย่างเร่งด่วน พบมีผู้เสียชีวิต 3 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า งานศพดังกล่าวมีมาเป็นคืนที่สาม กำหนดฌาปนกิจ จู่ๆ เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.กลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งประมาณสิบกว่าคน กำลังตั้งวงเล่นการพนัน ได้มีมือปืนคาดเป็นผู้ชายใช้หมวกไหมพรมสวมคลุมปิดใบหน้า ถือปืน เอ็ม16 เข้าไปในงาน ลงมือยิงสาดกระสุนใส่วงไฮโลแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง ทำให้ต้องวิ่งหนีกันกระเจิง กระสุนปืนไปถูกทั้งตัวบ้าน รถยนต์ และผู้คน จนบาดเจ็บล้มตาย

หลังก่อเหตุมือปืนได้วิ่งหลบหนีฝ่าความมืดไปด้านถนนหน้าบ้าน แล้วขับจักรยานยนต์หลบหนีไป เพื่อนบ้านที่ได้ยิบเสียงปืนจึงออกไปช่วยนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนหาสาเหตุและออกติดตามจับกุมมือปืนรายนี้มาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

นักพนันแตกกระเจิง!! ตร.-ทหาร บุกทลายบ่อนกลางทุ่งนา ตามรวบได้หมด 66 คน!

พ.ต.อ.มานพ โฆสิตอนันต์ ผกก.สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมด้วย พ.ต.เกรียงไกร ดำรัสการ รักษาราชการแทน ผบ.ร.15 พัน 1 คลองท่อม ร่วมกันนำกำลังตำรวจ 16 นาย ทหาร 30 นาย เข้าปิดล้อมบ่อนพนันกลางทุ่งนาในพื้นที่หมู่ 6 ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ภายหลังสืบทราบมีกลุ่มนักพนันเข้ามาตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่ 2 หลัง ลักลอบเล่นพนันกันอย่างโจ๋งครึ่มอยู่กลางทุ่งนา

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วว่ามีการลักลอบเล่นพนันจริง จึงจู่โจมเข้าจับกุมทันที โดยเมื่อนักพนันชาย-หญิง เห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันแตกฮือ พยายามวิ่งหนีไปคนละทิศละทางอย่างโกลาหล แต่เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมไว้ได้ทั้งหมด รวม 66 คน พร้อมของกลางโต๊ะเล่นพนัน ชิปเงินสด 190 อันเป็นเงิน 546,600 บาท เงินสดจำนวนหนึ่ง อุปกณ์สำหรับการเล่นกุ้งปลา ไพ่ตอง วงถั่ว โดยมีนายวิเชียร เกิดรักษ์ รับเป็นผู้ดูแล จ%B

ยังไม่ชัดวัน เบนซ์ เรซซิ่ง เข้าให้ข้อมูลตำรวจรอบสอง แต่ต้องเรียกตัวมาแน่นอน

รองโฆษก ตร. เผย ยังไม่ชัดวัน เบนซ์ เรซซิ่ง เข้าให้ข้อมูลเป็นรอบสอง ส่วนกรณีจับยาลอตใหญ่ ยังไม่พบเอี่ยวกับ ไซซะนะ ย้ำไม่ว่าใครทำผิดกฎหมายต้องรับผิด

พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าล่าสุด ในการขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวลาว โดยมีการเปิดเผยว่า ที่ผ่านมานั้นทางกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้วางแผนปฎิบัติการและเกาะติดข่าวมาตลอด 4-5 ปี จนสามารถดำเนินการทลายเครือข่ายนี้ได้ อย่างไรก็ตามการจับกุมนายไซซะนะ เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อกวาดล้างผู้ค้ายาเสพติด ตามนโยบายของทางรัฐบาล

ในส่วนของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการต่าง ๆ ที่หลายคนจับตามองว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้ตั้งกฎเกณฑ์ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครหรือเป็นลูกใคร เพราะไม่ว่าใครที่ทำผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย ก็ย่อมที่จะไม่รอดพ้นความผิด

ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ได้จำแนกผู้ต้องหาเป็น 3 ระดับ คือ

– ระดับตัวการ
– ผู้ใช้ให้ไปกระทำความผิด
– ผู้สนับสนุน จัดหาเครื่องมือต่าง ๆ
โดยในทางสืบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 ระดับ เจ้าหน้าที่มีแนวทางสืบสวนที่ชัดเจน มีขั้นตอนว่าจะเชิญใครเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งอาจจะเจอผู้เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้นอีกก็เป็นได้

นอกจากนี้ กรณีการเชิญตัว นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง เข้าให้ข้อมูลเป็นรอบที่สองนั้น อยู่ในกรอบการทำงานของพนักงานสอบสวนที่จะต้องเรียกตัวมาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ชัดว่าจะเป็นเมื่อใด

ตำรวจแจ้งข้อกฎหมายเกี่ยวกับการพกอาวุธปืน หลังมีคดีวิศวกรยิงวัยรุ่น

ตำรวจแจงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการพกอาวุธปืน หลังมีคดีวิศวกรยิงวัยรุ่น คาดสรุปสำนวนส่งอันการได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า ด้าน นายอนันต์ชัย ชี้คดีนี้เข้าทำนอง ขิงก็ร่า ข่าก็แรง

พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงถึงหลักการและข้อกฎหมาย เกี่ยวกับการมีและพกพาอาวุธปืน ภายหลังเกิดเหตุวิศวกรยิงเด็กวัยรุ่นดับ ภายหลังขัดแย้งเรื่องจอดรถขวางกัน บริเวณสามแยกตลาดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี โดยย้ำว่า ผู้ที่จะมีอาวุธปืนได้ต้องมีพฤติการณ์เรียบร้อย อยู่ในหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่นเดียวกับการพกพาอาวุธปืน จะต้องทำเรื่องขอมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ โดยต้องมีเหตุเพื่อป้องกันเงินหรือทรัพย์สินจำนวนมาก เพื่อป้องกันอันตราย และมีตำแหน่งหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ นายสุเทพ โภชน์สมบูรณ์ วิศวกรที่ใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นนั้น ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาไปแล้ว 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจากนี้จะมีการตรวจสอบต่อว่าอาวุธปืนมีการครอบครองถูกต้องหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบใบพกพาอาวุธปืน และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งขอยืนยันว่าตำรวจจะทำคดีนี้อย่างเป็นธรรม ไม่มีการปรักปรำตั้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใดอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่ นายสุเทพจะเข้าพบรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะคนในครอบครัวยังตกใจกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนไม่กล้าออกจากบ้านนั้น พลตำรวจตรี สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เผยว่า หากผู้ต้องหากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยก็มาแจ้งความกับตำรวจได้ และหากเข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ทางตำรวจก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนตัวไม่หนักใจกับคดีนี้ เพราะไม่มีอะไรซับซ้อน โดยขณะนี้ทางตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการ คาดว่าสัปดาห์หน้าก็จะสามารถสรุปสำนวนส่งให้กับทางอัยการได้
ด้าน นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ผู้ทำคดี 6 วัยรุ่นรุมทำร้ายชายพิการก่อนหน้านี้ ได้แสดงความเห็นต่อกรณีวิศวกรยิงวัยรุ่นว่า หากดูคลิปทั้งหมดจะเห็นว่าเข้าทำนอง “ขิงก็ราข่าก็แรง” เพราะหากจะดูในส่วนที่นายสุเทพอ้างว่ายิงเพื่อป้องกันตัว เมื่อดูคลิปจุดเริ่มต้นเหตุการณ์มาจนถึงจุดที่ยิงกัน ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่การป้องกันตัวปกติ และ มีส่วนร่วมที่จะกระทำผิดด้วย ซึ่งหากจะอ้างการป้องกันตัวตามกฎหมาย ต้องไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือจะให้เกิดเหตุร้ายตั้งแต่แรก แต่นายสุเทพไปด่าเขาตรงจุดจอดรถขวาง มีการรูดซิปปืนเตรียมพร้อม เพียงแต่ภรรยาได้ห้ามไว้ตอนนั้น ซึ่งตรงนี้คือการเตรียมพร้อมสำหรับที่จะก่อเหตุ คือมีส่วนร่วมที่จะกระทำผิด มีเจตนาที่จะทะเลาะ

อย่างไรก็ตาม หากเสร็จจากทะเลาะด่ากันตรงจุดจอดรถแล้ว นายสุเทพน่าจะขับรถผ่านไปเลย ไม่ต้องไปด่าเขาอีก หากนายสุเทพขับรถเลยไปไม่ต้องจอด ก็ไม่น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

โฉมหน้า ขวัญใจสื่อฯ มิสทีน ไทยแลนด์ 2016 และรางวัลพิเศษต่างๆ

“เจนนี่” คว้าขวัญใจสื่อฯ มิสทีน ไทยแลนด์ 2016 บาย ไบโอวูเมนส์

“พอพิม” ปลื้มรับ ขวัญใจเชียงใหม่ “เบสท์” ลูกสาวสมรักษ์ ได้เฮ สอยรางวัลพิเศษ

ประกาศผลแล้วสำหรับการประกวดใน “รอบสื่อมวลชน” และ”รอบขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน” ของเวที “มิสทีน ไทยแลนด์ 2016 บาย ไบโอวูเมนส์” เวทีการประกวดอันดับหนึ่งของสาวัยทีนเมืองไทย จัดโดย บจก. คอร์โน แอนด์ แนช ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ บจก. ไบโอวูเมนส์ ผลิตภัณฑ์ทำสีผมและดูแลเส้นผม ภายใต้แนวคิด Charming and Shine ความมีเสน่ห์ น่ารักสดใส ที่เปล่งประกายของสาววัยรุ่นที่ทำตามความฝัน แสดงความสามารถ ความมั่นใจ กล้าแสดงออก

โดยที่ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ได้มีการประกวด “รอบสื่อมวลชน” ซึ่งสาวใสที่คว้าตำแหน่ง “ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน” ได้แก่ หมายเลข 24 เจนนี่-เจนนิเฟอร์ มาลิทส์ และสาวใสที่คว้า “ขวัญใจชาวเชียงใหม่” ได้แก่ หมายเลข 47 พอพิม-ญาดา ทรัพย์ประเสริฐ ท่ามกลางกองเชียร์สาวใสอยู่เข้าประกวดขนป้ายไฟมาส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ยังมีการประกาศรางวัลพิเศษต่างๆ โดย รางวัล มิส โยโกะ สปา มิลค์ ซอลท์ ได้แก่ หมายเลช 39 เบสท์-รักษ์วนีย์ คำสิงห์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนสาธิตวไลยอลงกรณ์ ลูกสาวคนสวยของ สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของประเทศ

เริ่มต้นด้วยการเฟ้นหา “ขวัญใจชาวเชียงใหม่” 50 สาวใสขึ้นเวทีอวดโฉมในชุดไทยด้วยผ้าไหมสันกำแพง โดยได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชที่พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมสันกำแพง โดยสาวใสที่คว้าขวัญใจชาวเชียงใหม่ ได้แก่ หมายเลข 47 พอพิม-ญาดา ทรัพย์ประเสริฐ สาวใสวัย 17 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ ม.5 โรงเรียนวารีเชียงใหม่ ได้รับเงินรางวัลจากจังหวัดเชียงใหม่ 20,000 บาท, สายสะพาย, ช่อดอกไม้ มอบโดย สุธน วิชัยรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาเชียงใหม่, โองการ ไชยองค์การ อุปนายก สมาคมผู้ประกอบธุรกิจไมซ์และออร์กาไนเซอร์ ภาคเหนือ,ก้องเกียรติ เหวียนระวี กรรมการบริหาร บจก. คอร์โน แอนด์ แนช พร้อมรางวัลจากผู้สนับสนุน

ต่อมาเข้าสู่การประกวด รอบสื่อมวลชน รอบนี้สาวใสอวดความน่ารักสดใสแบบจัดเต็มพร้อมกับแนะนำตัวต่อคณะกรรมการ โดยมี วิลักษณ์ โหลทอง ประธานการประธาน มิสทีน ไทยแลนด์ 2016 บาย ไบโอวูเมนส์ ร่วมให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง สำหรับสาวใสที่โดดเด่นคว้าตำแหน่ง ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ได้แก่ หมายเลข 24 เจนนี่-เจนนิเฟอร์ มาลิทส์ อายุ 17 ปี ลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย สาวเมืองกาญจนบุรี นักเรียนชั้นม.6 Campus Bhak/Bhas Steqersbach ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท, สายสะพาย มอบโดย สุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย มอบช่อดอกไม้โดย เมย์ มาริษาฮอร์น โหลทอ กรรมการบริหาร บจก. คอร์โน แอนด์ แนช พร้อมรางวัลจากผู้สนับสนุน ฯลฯ

ต่อด้วยการประกาศรางวัลจากผู้สนับสนุน ประกอบด้วยรางวัล AIS Digital Girl (เอไอเอส ดิจิตอล เกิร์ล) หมายเลข 33 เคท-ฑิตยา บานเย็น อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นม. 6 โรงเรียนนครสวรรค์ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท , AIS ซิมเบอร์สวย พร้อมแพ็กเกจใช้งานฟรี 1 ปี มอบโดย ทิฐินันท์ โชตินันทน์ ผู้อำนวยการส่วนงานสื่อสารการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส

Miss MERREZ’CA (มิส เมอร์เรซกา) หมายเลข 24 เจนนี่-เจนนิเฟอร์ มาลิทส์ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นม.6 Campus Bhak/Bhas Steqersbach ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท Gift Set จาก Merrez’ca มูลค่า 10,000 บาท มอบโดย เกริกไกรวัล แสงประดิษฐ์ Director บจก. เมอร์เรซกา

Miss Perfect Fit by Hara (มิส เพอร์เฟ็คต์ ฟิต บาย ฮาร่า) หมายเลข 46 เจนนี่-เจนนิเฟอร์ โจนส์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม. 4 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท มอบโดย ธีรารัตน์ ไชยรัตนตรัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บจก. ฮาร่า (ไทยแลนด์)

Miss เมืองไทยประกันภัย (มิส เมืองไทยประกันภัย) หมายเลข 9 แพรว-จิราภรณ์ ทองย้อย อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนรักษ์วิทยา ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท มอบโดย ระพีพรรณ อนันต์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บมจ. เมืองไทยประกันภัย จำกัด

Miss i-mobile popular vote (มิส ไอ-โมบาย ป็อบปูล่าร์ โหวต) หมายเลย 19 แอมป์-อัญชัญ กุลพิโมกข์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท มอบโดย สิรินทรา สายพวรรณ์ ผู้อำนวยฝ่ายการตลาด บมจ. สามารถ ไอ-โมบาย

Miss B’me สาวสวยบุคลิกภาพดี(มิส บีมี สาวสวยบุคลิกภาพดี ) หมายเลข 42 ลีน่า-ลีน่า แบรกฮ๊อฟ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.4 โรงเรียนแซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท ผลิตภัณฑ์ B’me ไว้ใช้ตลอดทั้งปีมอบโดย สุวรรณา วิชญาเดชะ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ B’me บมจ. ไทยวาโก้

Miss SWIZER superfood หุ่นสวย สุขภาพดี (มิส สไวเซอร์ ซุปเปอร์ฟู้ด หุ่นสวย สุขภาพดี) หมายเลม 29 ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนลาซาล ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท, Gift Voucher Neolaser Clinic มูลค่า 50,000 บาท ผลิตภัณฑ์ SWIZER superfood ไว้ใช้ตลอดทั้งปี มอบโดย แพทย์หญิงวารีรัตน์ โขมศิริ ผู้บริหารแบรนด์ Swizer Superfood บจก. อินโนเวทิฟ เฮลธ์

Miss Smooto ผิวสวย หน้าใส(มิส สมูทโตะ ผิวสวย หน้าใส) หมายเลข 1 กีโมโน-ธิดารัตน์ นาทองบ่อ อายุ 16 ปี กำลังศึกษาที่โรงเรียนวิทยาลัยสยามบริหารธุรกิจ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และผลิตภัณฑ์สมูทโตะ ใช้ฟรีตลอดปี มอบโดย