“หวานหวาน อรุณณภา” กับฉายา “นางฟ้านักปั่น”

“หวานหวาน” อรุณณภา พาณิชจรูญ ดาราสาวสวย จากช่อง 3 เวลานี้ถูกยก ฉายาให้เป็น “นางฟ้านักปั่น” ตัวจริงเสียงจริง
ใครเล่าจะไปคิด ว่าดาราสาวสวย ที่มีใบหน้าฉาบไปด้วยความหวานหยดขนาดนี้ จะผันตัวเองเข้าสู่วงการ 2 ล้อ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว
เธอคนนี้ โด่งดังสุดขีด มาจากละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ขุนศึก” ที่ออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2555
เรียกได้ว่าบทของ “แม่ศรีเมือง” ถือเป็นการ “แจ้งเกิด” แบบเต็มตัวในวงการบันเทิง ตั้งแต่ละครเรื่องแรก
ช่วงออนแอร์ ละครเรื่องนี้กระชากเรตติ้งจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ให้ถวิลหาแต่ “แม่ศรีเมือง” กันทั้งเมือง!

นอกเหนือจากบทบาทในวงการบันเทิง ทุกวันนี้ กิจกรรมที่โปรดปรานสุดๆ ของสาวคนนี้ คือ “การปั่นจักรยาน”

เธอไม่เพียงแต่เลือกเล่นกีฬาชนิดนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรง แต่ “หวานหวาน” เลือกเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง และลงแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ อย่างเป็นทางการมาแล้ว

บนเส้นทางที่ยากลำบาก การปั่นขึ้นเขาลงห้วย ไปทุกที่ที่มีทาง เธอคนนี้ได้สัมผัสมาหมด

ไลฟ์สไตล์ชีวิตแบบสมบุกสมบัน ขัดกับภาพลักษณ์ขนาดนี้ “สนุกสปอร์ต” ขอพาไปทำความรู้จักกับสาวสวยสุดแกร่งรายนี้ให้มากขึ้น

มาดูซิว่า “หวานหวาน” กับ “จักรยาน” เส้นทาง มาบรรจบกันได้อย่างไร?

จุดเริ่มต้นของ การหันมาเล่นกีฬาจักรยาน เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

– หวานปั่นจักรยานมาได้ประมาณเกือบๆจะ 2 ปี แต่เริ่มมาฝึกเทรนจริงๆจังๆ แบบลงแข่งขันราวๆ 1 ปี จุดเริ่มต้นมาจากการที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า เวลาออกกำลังกายโดยการวิ่ง การเต้น การออกกำลังกายที่ลง impact กับเข่าแบบขาดการวอร์มมาตลอด

พอลองปรึกษาแพทย์ เขาก็เลยแนะนำว่า ถ้ายังชอบเล่นกีฬาก็มีให้เลือก ระหว่าง “จักรยาน” และ “ว่ายน้ำ” เลยตัดสินใจเลือกจักรยาน เพราะได้รับคำแนะนำจากพี่ที่สนิทคือ “ดร.เอก-ณัฐกฤษฎ์ ทิวไผ่งาม” ที่เป็นทั้งโค้ชและชักชวนให้หันมาลองปั่นจักรยาน

ทำไมถึงชื่นชอบและเลือกกีฬาชนิดนี้

– ตอนช่วงแรกๆ เลยเริ่มปั่นเสือภูเขา หวานชอบที่ได้เที่ยวและได้เล่นกีฬาในเวลาเดียวกัน ที่จริงเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งตั้งแต่เด็กๆ เช่น ขี่ม้า, ว่ายน้ำ, วิ่ง, บาสเก็ตบอล, เทนนิส รู้สึกว่ามันทำให้เรารู้สึกใกล้ธรรมชาติมากขึ้น

แต่พอได้ฝึกฝนแบบจริงจังมากขึ้น ปั่นเสือหมอบ ปั่นแบบไตรกีฬา มันเลยเริ่มหลงรักเสน่ห์ เวลาเราฝึกซ้อมและแข่งขัน เพราะมันได้สมาธิ ได้อยู่กับตัวเองและคุยกับตัวเองตลอดเวลา หวานชอบค่ะ

เหตุผลนอกเหนือจากนั้น แน่นอนว่ามีเรื่องเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ และครอบครัวใหม่ๆ ที่เราได้แบ่งปัน ได้แชร์ และแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นความสุข ที่ทำให้หวานหาซื้อด้วยเงินไม่ได้
ตั้งแต่เริ่มปั่นมานี่ เคยล้มแบบหนักๆ บ้างหรือเปล่า ?

– เคยค่ะ หนักสุดคือที่ถนนสุขุมวิท เส้นพัทยาใต้ จ.ระยอง เราปั่นชิดซ้ายของเรามา แล้วข้างหน้ามันจะมีช่วงเขตก่อสร้างที่มีรถตักดินคันเล็กๆอยู่ ซึ่งพอหวานและพี่ปั่นเข้าไปใกล้ จู่ๆ รถตักดินมันดันหันหัวออกมาข้างถนน

ซึ่งวินาทีนั้นถ้าเราไม่หักหลบ เราก็ชนกับหัวตักรถแน่นอน เราจึงมองหลังและรีบหักขวาออกเลย หวานกำเบรคช้า ล้อหน้าหวานเลยไปเกี่ยวเอาล้อหลังพี่ หวานล้มแบบครูดไปกับถนน ช่วงท้ายทอยลงไปน๊อคพื้นหนึ่งที คือดีที่ใส่หมวกกันน็อค ไม่งั้นคงไม่มาอยู่ตรงนี้แน่นอน

ตั้งแต่เริ่มปั่นจักรยานมา ข้อดีที่ได้รับ คืออะไร?

– เยอะมากๆเลยค่ะ ที่เด่นๆเลยก็ สมาธิ ได้อยู่กับตัวเอง ได้ความแข็งแรง ได้ออกไปเจอธรรมชาติ ได้ครอบครัวพี่ๆน้องๆจักรยาน ได้พบปะผู้คนใหม่ๆที่น่ารัก ได้เพื่อนรัก เพื่อนแท้
มีนักปั่นจักรยานคนใดหรือใครเป็นไอดอลมั้ยครับ?

– หลายคนนะคะ เลือกไม่ถูก มีทั้งคนไทยและต่างชาติ ถ้าเป็นคนใกล้ตัวก็พี่ “ดร.เอก” เลย เพราะเป็นคนชักชวนให้หวานปั่น คอยเทรนนิ่งให้ ที่สำคัญเขาได้ ให้คำแนะนำที่ดี และ มีประโยชน์ รวมทั้งตัวพี่เค้าเอง ก็เป็นคนมุ่งมั่นในการซ้อม และฝึกฝนตัวเองอย่างดี เป็นแบบอย่างที่สุดยอดมากๆ
ทริปที่ประทับใจสุดๆ ตั้งแต่เข้าสู่วงการนักปั่นมา ?

– ทริปที่ประทับใจและตั้งตารอว่าต้องไปปั่นทุกๆปี คือ “สูงสุดแดนสยาม คนพันธุ์อึด พิชิตอินทนนท์” ที่หวานเพิ่งไปร่วมวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นครั้งที่ 2 แล้ว สวยมาก ท้าทายมาก ประทับใจจริงๆ

แบ่งเวลาอย่างไร ให้กับการปั่นจักรยาน กับ งานบันเทิง ?

– ตอบง่ายๆเลย ว่าเวลาซ้อมคือ “เวลาที่เราว่าง” ซึ่งเวลาว่างที่เราจัดสรรได้เช่น ถ้างานมีคิวเช้าก็ซ้อมบ่าย ไม่ก็เย็น หรืองานมีบ่ายก็ซ้อมเช้าไม่ก็เย็น หรือทำงานช่วงเย็นก็ซ้อมเช้าไม่ก็บ่ายก่อน

ถ้าซ้อมปั่นบนถนนไม่ได้ ก็ซ้อมในยิม หรือไปไม่ทันที่ยิม ก็เอาจักรยานขึ้นเทรนเนอร์ซ้อมปั่นที่บ้าน ขอให้ได้ปั่นค่ะ
เคยลงแข่งรายการอะไรบ้าง ? รวมถึงรางวัลที่เคยได้รับแล้วภูมิใจสุดๆ

-รางวัลที่หวานภูมิใจที่สุด ก็คือรายการ “หัวหินไตรกีฬา” ค่ะ ถึงจะแข่งเป็นทีม Team-Relay แต่พวกเรา 3 คน ตั้งใจซ้อมและสามัคคีกันมาก และเราได้ที่ 5 เป็นทีมหญิงล้วนที่ได้ขึ้นโพเดียม ทีมหญิงทีมชายแข่งรวมกัน มันเจ๋งมาก หวานต้องขอบคุณพี่ อุ้ย และ ฮอนด้า ที่ทำให้การแข่งสนุกมาก
ไม่กลัวผิวเสียแบบที่สาวๆกลัวบ้างเหรอ และมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรครับ?

– นี่เลยค่ะ ครีมกันแดด, เสื้อแขนยาว, กางเกงขายาว, ผ้าปิดหน้า, แว่น, หมวก 🙂 จะว่าไปก็ปิดหมดทั้งตัวเลยนะคะ 555

แต่ถ้าเหงื่อออกเยอะ ก็ต้องหมั่นเติมครีมกันแดด ทุกๆ 2 ชั่วโมง และเลือกเวลาปั่น เช้าไม่ก็บ่ายแก่ๆ หรือเย็นๆค่ำๆ ก็ช่วยได้ค่ะ
มองอนาคตของวงการจักรยาน ในเมืองไทยว่าจะเป็นอย่างไรครับ?

– ส่วนตัวแล้ว หวานว่าความนิยมของจักรยานจะมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ ไม่ว่าจะแนวกีฬาหรือแนวแฟชั่น เพียงแต่อยากฝากไว้เรื่องนึง คือการปรับตัวของผู้ใช้รถใช้ถนนถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก็ขอให้จักรยานได้มีส่วนร่วมระหว่างทางด้วย ใช้ถนนร่วมกันก็ช่วยกันเทคแคร์ ดูแลกันดีกว่าเนอะ
สุดท้ายอยากให้ฝากถึงคนที่เริ่มคิดจะหันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน

– อยากให้ลองมาปั่นนะคะ เดี๋ยวนี้หลายร้านมีตัวสำหรับให้ลองปั่น ชอบก็ตัดสินใจซื้อ ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นแพง หรือถ้าไปลองแล้วไม่ใช่ตัวเราก็หากีฬาอย่างอื่นเล่น หวานสนับสนุนกีฬาทุกชนิด ขอแค่เราชอบ มันดีหมดแน่นอนค่ะ เล่นกีฬาอะไรก็ได้ ยังไงก็เพื่อสุขภาพของเรานะคะ

เป็นไงบ้างครับ กับมุมมองและชีวิตอีกด้านของนักแสดงสาวสวยวัย 24 ปีคนนี้ อย่างที่ได้เกริ่นไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรก “นางฟ้านักปั่น” ฉายานี้เหมาะกับเธอที่สุดแล้ว ” หวานหวาน” อรุณณภา พาณิชจรูญ

“ความเชื่อในวันแดงเดือด”

“วันแดงเดือด” ระหว่างสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล ผ่านพ้นไปด้วยความสนุกสุดมัน ไม่เครียดไม่เกร็งมากเหมือนบางเกมที่ผ่านมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งหลังที่ทั้งสองฝ่ายผลัดกันแลก แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเสมอกันไป

เชื่อว่าพวกเราทุกคนคงเคยผ่านศึกแดงเดือดมาในแล้วในหลายสถานภาพ ตั้งแต่เป็นนักเรียน เข้ามหาวิทยาลัย วัยทำงาน จนบางท่านกลายเป็นผู้ใหญ่ที่กลายเป็นคนสำคัญในสังคม มีลูกศิษย์ลูกหา หรือลูกน้องลูกจ้างเต็มบ้านเต็มเมือง

ผมเองก็เช่นกัน จำได้ว่าเกมแรกที่ทำให้กลายเป็นแฟนฟุตบอลชนิดเข้ากระดูกดำคือ “ปิศาจแดง” ปะทะกับ ลิเวอร์พูล ใน เอฟเอคัพ นัดชิงปี 1977 นั่นแหล่ะ

ตั้งแต่นั้นมา จากที่เคยติดตามในฐานะแฟนบอล ก็ได้เข้ามาทำงานในแวดวงสื่อกีฬา จนบางครั้งต้องตกกระไดพลอยโจรเข้ามาทำหน้าที่ผู้บรรยายหรือเป็นพิธีกรวิเคราะห์เกมคู่นี้ แม้กระทั่งเป็นเอ็มซีตามงานถ่ายทอดสด

ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม ได้เห็นความ “อิน” แบบเข้าไส้ของแฟงหงส์แฟนผีในเมืองไทยมาตลอด

ทั้งลีลาการ “ข่ม” กันก่อนเกมบ้าง “ล้อเลียน” หรือ “อำ” กันหลังเกมบ้าง ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในหมู่แฟนบอลของทั้งสองทีมจนกลายเป็นเอกลักษณ์

บางคนทีมรักแพ้ให้คู่ปรับถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดไปทั้งวัน บางรายไม่ยอมพูดยอมจา บางครั้งถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ผมเองจากซีเรียสตอนนี้มีอายุแล้วได้แต่อมยิ้ม

รุ่นน้องบางคนยังแถมด้วยความเชื่อแปลกๆ มันไว้หนวดไว้เคราเสียเฟิ้มก่อนแข่ง ถามเข้าก็บอกว่าโกนไม่ได้ โกนเมื่อไหร่แพ้เมื่อนั้น

อีกรายก็ถือเคล็ดไม่ยอมใส่เสื้อทีมรักของตัวเองขณะเชียร์บอลคู่นี้ ล่าสุดปีนี้มันก็ไม่ยอมใส่อีก กะว่าชนะแน่ๆเพราะ แมนฯยู กำลังฟอร์มดี ที่ไหนได้ดันลืมเตี๊ยมกับซี้ที่มาด้วยกัน เพื่อนเล่นใส่เบอร์ 6 ของ “ป๊อกบา” สีแดงแปร๊ดมาซะเต็มยศ

พอเกมจบนอกจาก“ป๊อกบา” จะโชว์ฟอร์มไม่ดีแล้ว ยังแจกแฮนด์บอลจุดโทษให้ “หงส์แดง”ซะอย่างนั้น

โชคดีที่ผีไม่แพ้…ไม่งั้นพิธีฌาปนกิจเสื้อหมายเลข 6 อาจเกิดขึ้นก็เป็นได้…!!(555)

ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : “เกือบครึ่งร้อย”

“เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?” นี้คือถามที่รู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับผลการลงมติสนับสนุนเพิ่มทีมแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย จากปัจจุบันที่มี 32 ทีม เป็น 48 ทีมของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติหรือฟีฟ่าซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2026 หรืออีก 9 ปีข้างหน้า

เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ผลักดันโดย “จานนี่ อินฟานติโน่” ประมุขลูกหนังโลกคนปัจจุบัน ที่เคยพูดไว้ตอนหาเสียง ด้วยเหตุผลจากปากของเจ้าตัวที่ต้องการให้ชาติที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจลูกหนังหรือชาติเล็ก มีโอกาสในการเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มากขึ้น ไม่ได้มีแต่ยอดทีมจากทวีปยุโรปหรือจากทวีปอเมริกาใต้

ที่สำคัญคือรูปแบบของการแข่งขันในตอนที่มี 48 ทีม เบื้องต้น รอบแรกของรอบสุดท้ายจะแบ่งเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม เพื่อหาทีมอันดับ 1 กับ 2 ของกลุ่มเข้าไปเล่นในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะเป็นเหมือนรูปแบบเดิมซึ่งได้ 2 ทีมจากแต่ละกลุ่มในรอบนี้เพื่อเข้าสู่รอบตัดเชือกต่อไป

พูดง่ายๆคือ เพิ่มรอบการแข่งขันขึ้นมาอีก 2 นัด สำหรับทุกทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้ หรือทีมที่ตกรอบแรกอย่างน้อยๆก็ได้ลงสนาม 2 นัด

หลายคนอาจจะมองว่าเหตุผลที่ทาง “อินฟานติโน่” และฟีฟ่าพยายามผลักดันเรื่องนี้คือเรื่องของ “รายได้” ที่ถูกมองว่าจะสามารถสร้างกำไรให้กับองค์กรลูกหนังโลกมหาศาลมากกว่าเดิม แม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ที่เพิ่มทีมไม่ใช้เพราะเรื่องของ “เงิน” เป็นหลัก

ส่วนเรื่องของช่วงระยะเวลาของทัวร์นาเมนต์หรือการแข่งขันจากรอบแรกไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ยังคงเป็นเดือนนึงเหมือนเดิม และคงต้องรอรายละเอียดอื่นๆหลังการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในครั้งต่อไป
ความเห็นหลังจากทราบการลงมติของฟีฟ่าของหลายๆชาติหรือบุคคลในวงการลูกมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเรื่องนี้สมาคมฟุตบอลเยอรมัน (เดเอฟเบ) ไม่ค่อยเห็นด้วย เนื่องจากมองว่าจะทำให้ทัวร์นาเมนต์ดูง่ายเกิน จนไม่มีความท้าทาย ใครๆก็ผ่านเข้ารอบได้

หรือสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ที่มองว่าควรจะลองพูดคุย ถามความเห็นของคนในวงการลูกหนังอย่าง “นักฟุตบอล” “โค้ช” หรือ “แฟนฟุตบอล” ก่อนที่จะมีการตัดสินใจ เพราะมองว่า “ตัดสินใจเร็ว” เกินไปหน่อย

ในขณะที่ฝั่งเห็นด้วยมี เสือเตี้ย “ดิเอโก้ มาราโดน่า” ตำนานพระเจ้าลูกหนังชาวอาร์เจนติน่า มองว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะจะทำให้หลายประเทศที่ไม่เคยเข้ารอบสุดท้ายมาก่อน มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริง

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทีมในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย สิ่งที่จะกลายเป็นที่ถกเถียงตามมาคือโควต้าของชาติในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียที่ถือว่าเป็นภูมิภาคใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้โควต้าเพียงแค่ 4.5 ทีมเท่านั้น ซึ่งก็มีข่าวลือเหมือนกันว่าอาจจะได้เพิ่มโควต้ามาเป็น 8.5 ทีมเลยทีเดียว

หรือภูมิภาคแอฟริกาที่มีหลายประเทศแต่ได้โควต้า 5 ทีมก็มีข่าวว่าอาจจะเพิ่มเป็น 9 ทีม เรื่องนี้คงต้องรอดูต่อกันว่า การจัดการ รูปแบบของการแข่งขันและที่สำคัญคือโควต้าของแต่ละภูมิภาคจะออกมาแบบไหน

แต่ที่แน่ๆ การเพิ่มทีมในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย คงทำให้ชาติสารขันธ์ในภูมิภาคอาเซียนที่ฝันยิ่งใหญ่มาตลอดว่าจะไปฟุตบอลโลกให้ได้สักครั้ง มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเป็นจริงครับ

“โต๊ะเล็กไทย” ประกาศรายชื่อ 14 แข้ง ลุยชิงแชมป์อาเซียน

ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตซอลทีมชาติไทยชุดสู้ศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ เอไอเอส ฟุตซอล แชมป์เปี้ยนส์ชิพ 2016″ ที่ประเทศไทยได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 23-29 ม.ค.60 ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก โดยทัวร์นาเมนต์นี้มี “เอไอเอส” เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

ล่าสุด มิเกล โรดริโก้ กุนซือใหญ่ชาวสเปน ได้ประกาศรายชื่อ ขุนพลชุดสุดท้าย 14 คน ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำโดยแข้งหลักชุดใหญ่อย่าง กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, คฑาวุธ หาญคำภา, ไตรรงค์ เพชรเทียม และสองแข้งดาวรุ่งวัย 19 ปี อย่าง มูฮัมหมัด อุสมานมูซา กับ ปนัท กิตติภานุวงศ์

โดยรายชื่อ 14 นักเตะมีดังต่อไปนี้
ผู้รักษาประตู : คณิศร ภู่พันธ์ (การท่าเรือ แห่งประเทศไทย), คฑาวุธ หาญคำภา (ชลบุรี บลูเวฟ)
กองหลัง : ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง (การท่าเรือ แห่งประเทศไทย), กฤษดา วงศ์แก้ว (ชลบุรี บลูเวฟ), ปัญญา อรัญภูวนาท (แบงค็อก บีทีเอส)
ริมเส้น : ไตรรงค์ เพชรเทียม (บางกอก ซิตี้), สรศักดิ์ พูนจังหรีด (ชลบุรี บลูเวฟ), จิรวัฒน์ สอนวิเชียร (ชลบุรี บลูเวฟ), นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ (แบงค็อก บีทีเอส), ปนัท กิตติภานุวงศ์ (ราชนาวี), พีระพล สัตย์ซื่อ (แบงค็อก บีทีเอส),
กองหน้า : พีรพัฒน์ แก้ววิลัย (ชลบุรี บลูเวฟ), พู่กัน โด่งดัง (ชลบุรี บลูเวฟ), มูฮัมหมัด อุสมานมูซา (แบงค็อก บีทีเอส)

ส่วนรายชื่อนักเตะทั้ง 6 คนที่ถูกตัดชื่อไป มีดังนี้
ธนโชติ เสาะแสวง (แบงค็อก บีทีเอส), รณชัย จูงวงษ์สุข (เวียงพิงค์เชียงใหม่), ธนพล มณีเพชร (บางกอก ซิตี้), บุรฮานุดดิน ลอแม (เกษมบัณฑิต), ธนาธิป แสงสังข์ (บางกอก ซิตี้), วุฒิชัย แย้มประโคน (วิคตอรี่ ซิตี้)

โดย มิเกล โรดริโก้ กุนซือใหญ่ของทีม ได้กล่าวว่า “ เรื่องตัดตัวนักเตะตนใช้เกณฑ์คัดเลือกดูจาการฝึกซ้อมที่ผ่านมา แน่นอนว่าเราเน้นใช้ดาวรุ่งเป็นหลักบวกกับตัวหลักจากชุดใหญ่ 3-4 คน โดยพวกเขาเหล่านี้จะได้ใช้ประสบการณ์ประคองน้องๆ ซึ่งทีมชุดนี้จะเป็นทีมชุดพลังหนุ่มบวกดาวรุ่งที่น่าจับตามองเพื่อเราจะสานต่อพวกเขาไปสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคต ในส่วนของทีมยู 20 จะเรียกตัวอีกครั้ง หลังจบทัวร์นาเม้นต์ชิงแชมป์อาเซียน ใครที่หลุดไปก็เตรียมตัวให้พร้อม ส่วนผู้เล่นทั้งหมด ที่เหลือ 14 คนจะฝึกซ้อมต่อทันทีในวันจันทร์นี้”

สำหรับโปรแกรมอุ่นเครื่องของทีมฟุตซอลไทย 3 นัด เริ่มจาก พบ กรมทางหลวง วันอังคาร์ที่ 17 ม.ค.60 เวลา 17.00 น. ที่สนามซ้อมศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา (กกท.), วันพฤหัสบดีที่ 19 ม.ค.60 พบ ทีมชาติลาว ที่สนามอินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เวลา 17.00 น. และปิดท้ายกับ ทีมออสสตาร์ฟุตซอลลีก วันเสาร์ที่ 21 ม.ค.60 เวลา 13.00 น. ที่โกดัง สเตเดี้ยม

พร้อมเล่นให้ไทย! “นนท์ ม่วงงาม” นายด่านดีกรีทีมชาติชุดเล็กตราไก่

นนท์ ม่วงงาม ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ยันติดทีมตราไก่ 3 นัด แต่พร้อมเล่นให้ทีมชาติไทย หากเรียกตัว พร้อมแจงนามสกุล ม่วงงาม ไม่ใช่ เมืองงาม ล่าสุดยึดมือ 1 “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด อุ่นเครื่องเจ๊า น่าน

โดยภายหลังจากที่มีข่าวว่าทางทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เตรียมจะดึง นายด่านวัย 19 ปี ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี อย่าง นนท์ ม่วงงาม เข้ามาร่วมทีม เพื่อเตรียมลุยศึกใหญ่ในช่วงกลางปีนี้ ล่าสุดเองตัวนักเตะเองที่ได้ลงอุ่นเครื่องให้กับต้นสังกัด เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอ น่าน เอฟซี 1-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวานที่ผ่านมาได้ออกมาเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า

“การได้มีชื่อเกี่ยวข้องกับทีมชาติไทย ถือได้ว่าเกียรติสำหรับตนเอง และครอบครัว เป็นอย่างมากซึ่งแน่นอนว่าหากตนได้รับโอกาส และได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทยชุดยู 23 ตนก็พร้อมจะทำหน้าที่ให้ได้ที่สุด และจะขอนำประสบการณ์ในการเล่นลีกที่ฝรั่งเศส มาใช้เพื่อช่วยให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จให้ได้ครับ”

พร้อมกันนี้ดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 180 ซม. ยังได้ออกมาเผยถึงประเด็นที่แฟนบอลยังสงสัยต่างๆ ทั้งชื่อจริงของเจ้าตัว ร่วมถึงการติดธงลงสนามให้กับทีมตราไก่ ชุดอายุไม่เกิน 16 ปีว่า “สำหรับชื่อจริงของตนเองนั้น ชื่อว่า นนท์ ม่วงงาม ไม่ได้อ่านว่า นนท์ เมืองงาม ตามที่เคยปรากฏตามสื่อก่อนหน้านี้ รวมถึงตนเคยลงสนามให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ยู16 มาแล้ว 3 นัด โดยเป็นการแข่งขันรายการพิเศษ 1 นัด และอุ่นเครื่องอีก 2 นัด”

โดย “คุณเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก็ออกมาย้ำถึงเรื่องดังกล่าวว่า “สำหรับเรื่องน้อง นนท์ ม่วงงาม ตนยืนยันว่าทีมมีแผนการที่จะเรียกตัวน้อง เข้ามาร่วมฝึกซ้อมกับทีมจริง ซึ่งตนมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์กับทีม ร่วมถึงช่วยยกระดับเกมรับของทีมให้มีความแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ”

สำหรับประวัติของ นนท์ ม่วงงาม เกิดที่ จ.อ่างทอง ก่อนจะเดินทางตามครอบครัวไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ร่วมถึงเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม น็องซี่ ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมเชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยตัวนักเตะสามารถเล่นให้กับทีมชาติไทยได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะยังไม่เคยผ่านการเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ของชาติใดมาก่อน

โปรแกรมของ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในปี 2017 นี้ จะเริ่มด้วยการเข้าร่วมแข่งขัน ดูไบ คัพ ยู-23 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ระหว่างวันที่ 20-28 มี.ค. 60 ต่อด้วย ศึกเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 15-23 ก.ค. 60 ที่ประเทศไทย และกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย ช่วงเดือนสิงหาคม

ทุ่มงบ 70 ล้าน! “ค้างคาวไฟ” แถลงความพร้อมสู้ศึกไทยลีก 2017

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสร “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี เป็นประธานงานเปิดตัวสโมสรในการสู้ศึกฤดูกาล 2017พร้อมด้วย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีม และผู้สนับสนุนหลัก นายสุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), นายปริญญา ภาจิตรยรรยง รองกรรมการผู้จัดการด้านการตลาด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ที่สนามทุ่งทะเลหลวง

ภายในงานดังกล่าวได้มีการเปิดตัวชุดแข่งขัน ซึ่งมีชุดเหย้า สีส้ม, ชุดเยือน สีกรมท่า และชุดที่ 3 สีขาว นอกจากชุดแข่งเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีธงชาติติดด้านหลัง
พร้อมกันนั้นได้มีการเปิดตัว 11 นักเตะใหม่ ประกอบไปด้วย ก้องนธีชัย บุญมา, วัชรพล ช่างกลึงเหมาะ, อันทอน เซมลิเอนุกกิน, ณัฐวุฒิ คำรินทร์, ชมพู แสงโพธิ์, สุชิน เย็นอารมณ์, อาทิตย์ วิเศษศิลป์, พิชิตย์ ใจบุญ, อัดมิร อโดรวิช, วีรศักดิ์ กายสิทธิ์, เชษฐา กกแก้ว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ต้องยอมรับ สุโขทัย เอฟซี เป็นทีมมือใหม่ และเป็นทีมที่มีงบประมาณไม่มากเหมือนทีมอื่น แต่ในฤดูกาล 2016 สโมสรทำผลงานได้ดีด้วยการได้แชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ จนได้สิทธิ์ ไปเล่นในเวทีระดับเอเชีย ในรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากนี้ยังสามารถจบอันดับ 7 ในไทยลีก ที่เพิ่งขึ้นชั้นมาเพียงปีแรกอีกด้วย”

ประธานสโมสร “ค้างคาวไฟ” กล่าวอีกว่า “อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีผู้สนับสนุนอย่าง ช้าง, ซีพี, เซเว่นอีเลฟเว่น, คาราบาวแดง และที่สำคัญที่สุดคือ แฟนบอล ที่คอยหนุนหลังจนทำให้ทีมมายืนตรงจุดนี้ ชาวสุโขทัยรวมใจเป็นหนึ่ง ยึดหลัก “เราสร้างกันมา เราไปด้วยกัน” แฟนบอลไม่เคยทิ้งทีม”

“ดังนั้นในฤดูกาลนี้ ขอยืนยันว่า แม้งบประมาณที่มีเพียง 70 ล้านบาท ซึ่งไม่มากเท่าทีมอื่น ตนในฐานะผู้บริหาร นักเตะ และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช จะทำงานหนักอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด เพื่อตอบแทนผู้สนับสนุน และแฟนบอล”
“แต่เวลานี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำอันดับได้ดีแค่ไหน แต่ก็หวังสร้างเซอร์ไพรส์เหมือนกับปีที่แล้ว ส่วนในฟุตบอลถ้วยเอเชีย ที่เราได้เข้ามาเล่นครั้งแรก ก็จะพยายามเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบให้ลึกที่สุด”

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า “ในปีนี้ทางสโมสรจะเดินหน้าพัฒนาสนามด้วยการ เพิ่มที่นั่งในอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก ให้มีความจุรวมสนามทะเลหลวง 12,000 ที่นั่ง และทำห้องวีไอพีเพิ่มเติมเพื่อรองรับแฟนบอลที่มีมากขึ้น”

“ขณะเดียวกันทางสโมสรจะเร่งสร้างคลับเฮ้าส์ที่สวยงาม เพื่อเป็นที่พบปะสังสรรค์ พูดคุย รวมถึงวิจารณ์เกม ของแฟนบอล โดยจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์นี้”

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี พร้อมด้วย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีม, นายสมชาย มากมูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนและนักเตะของทีมอาทิ “กัปตันเจ๋ง” ยุทธพงศ์ ศรีละคร, คาตาโนะ ฮิโรมิชิ, จอนห์ บาจโจ้, ดิยุฟ บีรัม ได้ร่วมกันทำพิธีแก้บนใน 9 วัดพร้อมแห่ถ้วยช้าง เอฟเอ คัฟ ด้วยขบวนรถ 99 คัน ไปยังพื้นที่ 9 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย เพื่อให้แฟนบอลได้ร่วมชื่นชมความสำเร็จของสโมสร

สุดเจ๋ง! “โอเปิ้ล” ยอดนักขับสาวไทย ผู้หญิงคนแรกใน “เอเชียน เลอมังส์”

“โอเปิ้ล” เมธาพันธ์ สุนทรเดช สุดตื่นเต้นกับการเป็นนักขับหญิงคนแรก ในศึกมอเตอร์สปอร์ต เอ็นดูรานซ์ นานาชาติ รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ เผยกดดันที่ต้องสู้กับนักขับฝีมือดีทั่วโลก ขณะยอดนักขับทั้งสิ้น 72 คน ลงซ้อมกระหึ่มสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อบ่ายวันศุกร์ ผลทีมแข่งจากสวิสเซอร์แลนด์ รั้งอันดับ 1 ก่อนดวลสุดโหด 4 ชั่วโมงเต็ม เสาร์-อาทิตย์นี้

ศึกมอเตอร์สปอร์ตเอ็นดูรานซ์ระดับนานาชาติ รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016-2017 มีคิวดวลความเร็วสนามที่ 3 ของฤดูกาล ในวันที่ 6-8 มกราคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยมีรถแข่งเข้าร่วมทั้งสิ้น 26 คัน มีนักขับทั้งสิ้น 72 คน ซึ่ง 3 คนจากจำนวนทั้งหมดมีนักขับไทยเข้าร่วมการแข่งขันด้วย ได้แก่ เมธาพันธ์ สุนทรเดช นักขับสาวคนแรกที่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ และธีระ ซอโสตถิกุล ทีมเมทจากสังกัด พีเอส เรซซิ่ง หมายเลข 68 ในรุ่น ซีเอ็น รวมถึง พอล กาญจนพาส ที่ลงแข่งขันในรุ่น จีที คัพ ร่วมกับ ทีมเอ็นแซด หมายเลข 77

โดยในวันศุกร์ที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา เป็นการลงซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในช่วงเย็น ซึ่งรถแข่งทั้ง 26 คัน จาก 5 รุ่น ได้แก่ LMP2, LMP3, CN, GT และGT Cup ลงทำการซ้อมอย่างพร้อมเพียง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในรอบควอลิฟายซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ และรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์

“โอเปิ้ล” เมธาพันธ์ นักขับสาวคนแรกในรายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ เปิดเผยว่า “เป็นครั้งแรกที่มาร่วมแข่งในรายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ซึ่งเป็นรายการอินเตอร์มีความน่าสนใจอยู่แล้ว เราต้องการที่อยากจะเรียนรู้ว่าในรายการระดับอินเตอร์เขาทำกันอย่างไร รู้สึกเซอร์ไพรส์มาก เพราะว่าเพิ่งรู้ว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ด้วย ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้มีนักแข่งหญิงหลายคนที่เก่งเทียบเท่ากับผู้ชาย ตัวเองได้แข่งรายการนี้ก็รู้สึกว่ามีแรงกดดันเยอะ แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ดีที่สุด”

การขับครั้งนี้จริงๆ จะบอกว่ายากก็ยาก แต่จะบอกว่าง่ายก็ง่าย สำหรับเราอาจจะยากหน่อยกับรถประเภทนี้ เพราะไม่เคยจับรถคันนี้มาก่อนเลย วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ทดลองขับในรอบฝึกซ้อม คาดหวังว่าเราจะต้องจบการแข่งขัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่จะได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองต่อไป อยากให้คนไทยมาเชียร์ทีมไทยทีมแรก หญิงไทยคนแรกกันด้วยนะคะ”

ส่วนผู้นำวันแรกเป็นรถแข่ง ออเรก้า 03 อาร์ นิสสัน หมายเลข 8 จากทีม เรซ เพอร์ฟอร์มานซ์ ที่ขับโดย สตรวน มัวร์ นักขับอังกฤษ, ฟาเบียน ชิลเลอร์ นักขับเยอรมัน และจิออจิโอ แม็กกิ นักขับสวิส ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.126 วินาที เฉือนจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพในรุ่น LMP2 อย่าง แจ็คกี้ ชาน ดีซี เรซซิ่ง หมายเลข 35 ที่ขับโดย โฮ ปิน ตุง นักขับจีน, กุสตาโว เมเนเซส นักขับอเมริกัน และ โทมัส โลรองต์ นักขับฝรั่งเศส ที่ทำเวลามาเป็นอันดับ 2 เพียง 0.391 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 25 จากทีม อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง ขับโดย แม็ตต์ แม็คเมอร์รี นักขับ อเมริกัน, ไมเคิล มุนมันน์ นักขับเยอรมัน และอันเดรีย พิซซิโตลา นักขับฝรั่งเศส ตามหลังหัวแถวเพียง 0.442 วินาที เท่านั้น

สำหรับ ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016-2017 สนาม 3 จะทำการควอลิฟายรุ่น จีที และจีที คัพ ในวันเสาร์ที่ 7 มกราคมนี้ เวลา 15.45 น. ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายรุ่น LMP2, LMP3 และCN ในเวลา 16.10 น. ของวันเดียวกัน เพื่อจัดอันดับสตาร์ท โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคมนี้ เวลา 12.15 – 16.15 น. เป็นเวลาต่อเนื่องทั้งสิ้น 4 ชั่วโมงเต็ม

สำหรับแฟนความเร็วทั่วไปสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016 – 2017 สนาม 3 ได้แล้ววันนี้ ที่บริเวณทางเข้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และจุดจำหน่ายบริเวณ บุรีรัมย์ คาสเซิล บัตรวีไอพี ราคา 2,000 บาท 1 วัน/3,000 บาท 2 วัน, แกรนด์สแตนด์ 300 บาท 1 วัน/500 บาท 2 วัน โดยเปิดให้เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี พร้อมผู้ปกครอง (1 คู่ต่อ 1 สิทธิ์) สามารถเข้าเข้าชมการแข่งขันและสามารถเข้าร่วมกิจกรรม Pit Walk ฟรี!! เพียงแสดงบัตรประชาชนก่อนเข้าชมการแข่งขันที่หน้าทางขึ้นแกรนด์แสตนด์

ในฤดูกาล 2017 ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต จะร่วมงานกับ เคซเซล เรซซิ่ง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การแข่งขัน “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ” ที่จะต้องแข่งขันกันทั้งหมด 5 สนามสุดหิน เริ่มจาก 1-2 เม.ย. ที่มิซาโน ในอิตาลี, 6-7 พ.ค. , ที่แบรนด์ส แฮทช์ ในอังกฤษ, 2-4 มิ.ย. ที่โซเดอร์ เบลเยี่ยม , 25-27 ส.ค. ที่บูดาเปสท์ ฮังการี และ 15-17 ก.ย. ที่นูร์เบิร์กริง ในเยอรมนี “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ” สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมาการแข่งขันรถแข่ง “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์” เป็นรายการแข่งรถซูเปอร์คาร์รายการใหญ่ในยุโรป มีทีมแข่งทั่วโลกกว่า 50 ทีม ร่วมชิงชัย

เริ่มจาก 1-2 เม.ย. ที่มิซาโน ในอิตาลี, 6-7 พ.ค. , ที่แบรนด์ส แฮทช์ ในอังกฤษ, 2-4 มิ.ย. ที่โซเดอร์ เบลเยี่ยม , 25-27 ส.ค. ที่บูดาเปสท์ ฮังการี และ 15-17 ก.ย. ที่นูร์เบิร์กริง ในเยอรมนี “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ”

สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมาการแข่งขันรถแข่ง “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์” เป็นรายการแข่งรถซูเปอร์คาร์รายการใหญ่ในยุโรป มีทีมแข่งทั่วโลกกว่า 50 ทีม ร่วมชิงชัย

หลังจากที่ทำผลงานในระดับเอเชียได้อย่างน่าประทับใจในปี 2016 ที่ผ่านมา “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี นักขับชาวไทย และ คาร์โล แวน แดม นักขับชาวเนเธอร์แลนด์ แห่งทีม “ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต” ได้ประกาศความพร้อม เพื่อลุย 5 สนามสุดหินของซีรีย์บนดินแดนยุโรปในศึก “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ 2017”

พร้อมกันนี้ยังได้ เปิดตัวพาร์ทเนอร์ใหม่ “เคซเซล เรซซิ่ง” ทีมเซอร์วิสชื่อดังระดับโลก และ เปิดตัว “เฟอร์รารี 488 จีที 3” รถคู่ใจคันใหม่ สำหรับใช้ประชันความเร็วในฤดูกาล 2017

“ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต” ทีมรถแข่งสัญชาติไทย โดยมี 2 นักขับอย่าง “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี และ คาร์โล แวน แดม พร้อมด้วย ทีเซียน่า บอร์กี้ สปอร์ตไดเร็คเตอร์ “เคซเซล เรซซิ่ง” ร่วมแถลงข่าวความพร้อมการแข่งขันของทีม ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต ในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดตัวรถแข่งคันใหม่ เฟอร์รารี 488 จีที 3 ที่ร้าน Eight@ทองหล่อ รวมถึงการเปิดตัวพาร์ทเนอร์ใหม่ เคซเซล เรซซิ่ง ทีมเซอร์วิสระดับโลกที่จะร่วมงานกันตลอดฤดูกาล 2017 และผู้สนับสนุน บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, คิง พาวเวอร์, ซีเอ็มวายเค คัลเลอร์, อัลไพน์สตาร์ส ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

“ปิติ ภิรมย์ภักดี” สร้างผลงานในปีที่ผ่านมาด้วยการ คว้าแชมป์จีที เอเชีย 2016 ที่ฟูจิ อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงการเข้าไปแข่งในเวทียุโรปด้วยว่า “ในฤดูกาลนี้เราจะเน้นไปที่การแข่งขัน บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ ซึ่งต้องขับใน 5 สนามสุดหินของยุโรป ซึ่งมีความยากมาก ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของทีมรวมถึงจำนวนทีมที่เข้าแข่งขัน”

“ถือเป็นการยกระดับขึ้นไปอีกก้าวของเรา ซึ่งในฐานะนักแข่งคนหนึ่งการได้มีโอกาสลงแข่งในสนามที่ยุโรปเป็นสุดยอดที่สุด โดยเฉพาะ บล็องค์แปง จีที ในปีนี้”

สำหรับเป้าหมายในฤดูกาล 2017 นักขับทีมทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “การที่เลือก บล็องค์แปง สำหรับนักขับจากเอเชียไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขึ้นโพเดี้ยมที่นั่น เพราะเป็นสนามที่เหล่านักขับยุโรปมีความคุ้นเคยกับสภาพสนามและภูมิอากาศเป็นอย่างดี”

“ซึ่งแต่ละทีมที่ร่วมแข่งขันต่างก็มีทีมเซอร์วิซที่ดี โดยปีนี้การที่ทีมเราได้ เคซเซลเรซซิ่ง ที่เป็นทีมงานระดับโลก มาเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดูแลเรื่องการเตรียมรถและทีมเซอร์วิสทั้งหมด”

“ซึ่ง เคซเซล เองก็เชื่อมั่นในทีมนักขับคนไทยจึงได้มาร่วมงานกัน ทำให้ลบจุดอ่อนด้านนี้ของทีมเราได้เป็นอย่างดี ส่วนทีมงานที่ดูแลนักขับทั้ง ผมและคาร์โล จะเป็นทีมคนไทยทั้งหมดซึ่งมีความคุ้นเคยและรู้ใจกันดี เชื่อว่าเราจะมีโอกาสขึ้นโพเดี้ยมได้ทุกสนาม”

ในฤดูกาล 2017 ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต จะร่วมงานกับ เคซเซล เรซซิ่ง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การแข่งขัน “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ” ที่จะต้องแข่งขันกันทั้งหมด 5 สนามสุดหิน

เริ่มจาก 1-2 เม.ย. ที่มิซาโน ในอิตาลี, 6-7 พ.ค. , ที่แบรนด์ส แฮทช์ ในอังกฤษ, 2-4 มิ.ย. ที่โซเดอร์ เบลเยี่ยม , 25-27 ส.ค. ที่บูดาเปสท์ ฮังการี และ 15-17 ก.ย. ที่นูร์เบิร์กริง ในเยอรมนี “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ”

สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมาการแข่งขันรถแข่ง “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์” เป็นรายการแข่งรถซูเปอร์คาร์รายการใหญ่ในยุโรป มีทีมแข่งทั่วโลกกว่า 50 ทีม ร่วมชิงชัย

ชะลอก่อน! อนุกรรมการฯเบรกไทยเจ้าภาพจัด “โมโต จีพี”

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านการกีฬาของบอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สั่งทบทวนโครงการ “โมโต จีพี” ในประเทศไทย เหตุเพราะใช้งบประมาณในการจัดที่สูงมาก แถมแผนงานยังไม่ชัดเจน ทำให้ตีเรื่องกลับไปยัง บอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย อีกครั้ง ขณะที่ “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่า กกท. ยังมั่นใจจะได้การอนุมัติจากบอร์ดแน่นอน

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองด้านการกีฬาเป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ โดยมีวาระสำคัญเรื่องการพิจารณางบประมาณค่าลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี จำนวน 100 ล้านบาท

สำหรับการจัดการแข่งขัน โมโต จีพี ที่ไทยเราสนใจเป็นเจ้าภาพ จะใช้งบประมาณราว 374 ล้านบาท ต่อปี (สัญญา 3 ปี) ซึ่งจากการเจรจาล่าสุดหากลงตัวไทยจะได้จัดการแข่งขันในช่วง เดือน มี.ค. ปี ค.ศ.2018 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และหากได้รับการอนุมัติงบประมาณ ดังกล่าวจะสามารถเซ็นสัญญากับทาง “ดอร์น่า” ผู้ถือลิขสิทธิ์โมโต จีพี ได้ในช่วงเดือน เมษายนนี้ และสามารถเตรียมการจัดการแข่งขันได้ทันที

ด้าน นางสุปราณี คุปตาสา คณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องของการใช้งบประมาณดังกล่าว โดยต้องการให้มีแนวทางในการของบประมาณเพื่อการจัดกีฬาอาชีพที่เป็นแบบแผนตามระเบียบมากกว่านี้ เนื่องจากจากต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และเสนอให้นำเรื่องนี้ขอความชัดเจนจากคณะกรรมการบริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ซึ่งมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน รับรองอีกครั้ง

ขณะที่ ศ.อรรถ นานา มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การจัดการแข่งขันโมโต จีพี อาจจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดไปยังประชาชน เพราะไทยเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุในการใช้จักรยานยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และการนำเสนอข้อมูลเป็นการมองแต่ในแง่ดีเท่านั้น ควรศึกษาข้อมูลด้านอื่นๆ ด้วย

“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า กรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีผู้รับจัดการแข่งขันนั้น อยากให้มองว่าตอนนี้จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้ แต่เพื่อความรอบคอบตามที่คณะอนุกรรมการตั้งข้อสังเกต จึงจะนำเรื่องนี้กลับไปยังบอร์ดกกท.อีกครั้ง ส่วนตัวมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา และจะสามารถดำเนินการได้ทันก่อนการเซ็นสัญญา เม.ย.นี้ แต่หากไม่ทันก็คงต้องรอไปอีกปี ค.ศ.2019 หรือ ค.ศ.2020 เลยทีเดียว

Porsche 911 RSR 2017 ซูเปอร์กบตัวใหม่พร้อมล้างแค้น Ford GT ในเลอมังส์ 2017

Porsche 911 RSR 2017 กบสนามคันใหม่เผยโฉมที่ลอสแอนเจลิส หวังทวงแค้น Ford GT แชมป์เลอมังส์ 2016 คลาส LM GTE (GT2) ด้วยเครื่องยนต์ Boxer วางกลาง ที่มีกำลัง 510 แรงม้า Porsche 911 RSR 2017 พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อให้เร็วที่สุดในสนามของปีนี้

Porsche เปิดตัวซูเปอร์กบเจ้าสนามคันใหม่ Porsche 911 RSR 2017 ที่งาน ลอสแอนเจลิส ออโต้โชว์ 2016 เพื่อเตรียมส่งลงแข่งในรายการ 24 Hours of Le Mans คลาส “LM” GTE (“Le Mans” Grand Touring Endurance) ซึ่งถูกกำหนดไว้ว่าต้องเป็นกลุ่มรถสปอร์ต 2 ประตู มี 2 หรือ 2+2 ที่นั่ง และเป็นรถที่มีจำหน่ายและสามารถขับได้บนท้องถนนอย่างถูกกฎหมาย

โดยในปีที่แล้ว Ford GT สามารถคว้าแชมป์ไปได้ในสำหรับกลุ่ม LM GTE Pro (ระดับมืออาชีพ) ทิ้งห่าง Porsche 911 RSR 2016 อยู่หลายอันดับ และในปี 2017 นี้ Porsche 911 RSR 2017 ซูเปอร์กบตัวใหม่จะกลับมาทวงแค้น ด้วยขุมพลัง Boxer วางกลางอยู่เหนือเพลาหลังบนตัวถังเบาหวิวตามข้อกำหนดต่ำสุดของการแข่งขันอีกครั้ง

จากความพ่ายแพ้ของ Porsche 911 RSR 2016 สำหรับการแข่งขันปีที่ผ่านมา ทำให้ Porsche 911 RSR 2017 ต้องได้รับการพัฒนาใหม่ให้กลายเป็นอาวุธสำคัญเพื่อต่อกรกับคู่แข่งได้ดีขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ขนาดความจุ 4,000 ซี.ซี. (สำหรับเครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบถูกจำกัดไว้ไม่ให้มีกระบอกสูบเกิน 8 สูบ และความจุสูงสุด 5.0 ลิตร น้ำหนักเครื่องยนต์ต้องไม่ต่ำกว่า 900 กก.) หัวฉีดตรง ไม่มีอ่างน้ำมันเครื่องด้วยระบบ Dry Sump ให้กำลังสูงสุด 510 แรงม้า (ถูกจำกัดไว้ตามข้อกำหนด) จับคู่กับเกียร์ซีเควนเชียลแบบ 6 สปีด ส่วนช่วงล่างเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ แดมเปอร์กันสะเทือนสี่ทาง คอยล์สปริงคู่ (สปริงหลักและสปริงเสริม) พร้อมเหล็กกันโคลงทั้งด้านด้านหน้าและหลัง

ทั้งนี้ส่วนที่น่าสนใจของ Porsche 911RSR 2017 ใหม่ คือการนำเทคโนโลยีป้องกันการชนด้วยเรดาร์เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในรถแข่งคันโปรโตไทป์คันนี้ด้วย และนี่จะเป็นหนึ่งเทคโนโลยีในอนาคตของรถยนต์ไร้คนขับของ Porsche ด้วยเช่นกัน

แต่ด้วยความที่รถแข่งเหล่านี้ต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงมากเป็นเวลานานหากเกิดการชนขึ้น เจ้า Porsche 911 RSR 2017 ใหม่ ยังได้ถูกออกแบบให้สามารถซ่อมงานตัวถังที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด โดยการถอดเปลี่ยนภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีซึ่งจะลดเวลาที่เสียไปในพิทได้มาก นอกจากนี้ระบบช่วงล่างยังสามารถปรับได้ง่ายดายและรวดเร็วในกรณีที่สภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย

สำหรับการแข่งขันเลอมังส์ ปี 2017 ในคลาส LM GTE Pro ซูเปอร์กบอย่าง Porsche 911 RSR 2017 คงต้องรับศึกหนักจากทั้ง Aston Martin, Chevrolet Corvette รวมไปถึงแชมป์เก่าอย่าง Ford GT เป็นต้น ส่วนจะคว้าชัยชนะมาได้หรือไม่คงต้องตามติดชิดขอบสนามกันปีนี้