ยายทวดกลัวหลานถูกจับ บอกเดินชนกระโถนจนหัวแตกเอง

ยายทวดกลัวหลานถูกจับ บอกเดินชนกระโถนจนหัวแตกเองผู้สื่อข่าวรายงานว่า (1 มี.ค.) นางลั่นทม งุ่ยไก่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้าน ก.ม.12 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ,สาธารณสุขอำเภอ , อบต.อ่าวน้อย และชาวบ้านในพื้นที่

ได้เดินทางไปเยี่ยม นางถวิล หรือ ยายทวด อายุ 105 ปี หลังถูกหลานสาว อายุ 60 ปี ใช้กระโถนบ้วนน้ำหมากตีเข้าที่ศีรษะไป 1 ครั้ง จนเกิดแผลแตก เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าโมโหที่ยายทำเลอะเทอะ ฉี่ใส่ในกระโถน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าเยี่ยมสอบถามอาการบาดเจ็บซึ่งภายในบ้านพบนางถวิลอยู่ในภายเพียงคนเดียว ส่วนหลานสาวไม่ได้อยู่บ้าน พร้อมประชุมหาทางออกร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอย

นางลั่นทม งุ่ยไก่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 กล่าวว่า วันนี้ยายถวิลมีอาการดีขึ้นมากกว่าเมื่อวาน ไม่หวาดกลัวแล้วถามตอบได้แต่ต้องพูดเสียงดังเพราะเริ่มไม่ได้ยินเสียง ซึ่งหลังจากที่เมื่อวานตนรู้เรื่องที่ยายหัวแตก เพราะมาเยี่ยมและนำก๋วยเตี๋ยวมาให้รับประทาน จึงได้สอบถามไปยังหลานสาวของยายซึ่งยอมรับว่าทำจริง

ตนจึงได้พูดขู่ไปว่าไม่ให้ทำร้ายยายอีก และได้แจ้งตำรวจแล้ว พร้อมบอกให้ไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวก่อน เกรงว่าจะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ เพราะชาวบ้านต่างรักยาย เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุในชุมชนและยังถือเป็นปูชนียบุคคลในหมู่บ้านด้วย

เพราะในอดีตยายถวิลได้เคยทำเพื่อส่วนรวม แม้จะไม่มีเงิน มีเพียงที่ดิน 3 ไร่เศษ ได้บริจาคที่ดิน จำนวน 3 ไร่ให้สร้างอนามัยของหมู่บ้าน เหลือที่ดินเพียงเล็กน้อยสำหรับปลูกบ้านอาศัยเท่านั้น ชาวบ้านจึงรักและผลัดกันมาดูแลเยี่ยมเยียนเป็นประจำ ซึ่งในวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานมาเยี่ยมและทำแผลให้ยายใหม่แล้วโดยยายถวิลกังวลว่าตำรวจจะมาจับหลานสาวของแกไปจริงๆ จึงบอกว่าผิดที่ยายเอง ที่เดินหกล้มชนกับกระโถนน้ำหมากเอง ทั้งๆ ที่ยายเดินไม่ได้มาหลายปีแล้ว ทำได้แต่ถัดตัวไปเท่านั้น ซึ่งตนก็ได้บอกยายไปให้สบายใจแล้วว่า ไม่มีตำรวจมาจับหลานยายแล้วไม่ต้องกังวลใจไป

ด้าน นางสาวศุภมาศ สอนพันธ์ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า หลังเข้าเยี่ยมอาการและพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้ข้อสรุปร่วมกันเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวของคุณยาย มีข้อสรุปคือ

หลานที่อยู่กรุงเทพฯ จะมารับคุณยายไปดูแลที่กรุงเทพฯ แต่ขอเวลาราว 2 เดือน เพื่อจัดเตรียมที่พักและจ้างคนดูแล ระหว่างนี้ จะขอให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยนิคม กม.12 ดูแลชั่วคราว ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งตามปกติยายทวดจะมีเงินเงินสวัสดิการผู้สูงอายุ 1,000 บาท และผู้พิการ 800 บาท จนกว่าคุณยายจะย้ายไปอาศัยกับหลานที่กรุงเทพฯ

โดยในเบื้องต้นสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว 2,000 บาท ไว้ให้คุณยายก่อน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากกลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์ธิติ ภัคดุรงค์ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้มอบหมายให้ทีมเจ้าหน้าที่กลุ่มงานจิตเวลา ออกติดตามหาตัวหลานสาวของนางถวิลแล้ว เพราะเตรียมการเข้าสู่กระบวนการรักษา หลังพบว่ามีภาวะแปรปรวนทางอารมณ์และบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งยังอยู่ในภาวะที่ดูแลรักษาได้เพียงแต่ขาดยารับประทานเท่านั้น