แชมป์เก่าก็จัดหนัก! “กิเลนผยอง” เปิดตัวบู๊ซีซั่น 2017 พร้อม 3 ชุดแข่งใหม่

เอสซีจี เมืองทองฯ เปิดตัวสโมสรฯ 2017 สุดยิ่งใหญ่ ขุมกำลังซูเปอร์สตาร์เต็มทัพ ทุ่มงบทะลุ 400 ล้าน พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จฤดูกาลใหม่

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำการแถลงข่าวเปิดตัวสโมสร ในฤดูกาลใหม่ 2017 อย่างเป็นทางการ ภายใต้เคมเปญยักษ์ “WAR OF HEROES” เดินหน้าสานต่อความสำเร็จสู่สโมสรต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่สโมสรชั้นนำของเอเชียในอนาคต เปิดตัวขุมกำลังผู้เล่นระดับท็อปทั้งไทย และต่างชาติ ที่จะลงทำศึกฤดูกาลใหม่ พร้อมไฮไลท์สำคัญยลโฉมชุดแข่งขันใหม่ทั้งเหย้า – เยือน วางจำหน่ายให้แฟนได้จับจองล่วงหน้าทันที

เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 14.00 น. ณ สนามหญ้าเทียม สิงห์ฟุตบอล ปาร์ค ภายในสนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี สโมสรยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของไทย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้จัดแถลงข่าวใหญ่เปิดตัวสโมสรอย่างเป็นทางการ พร้อมผู้เล่น-ทีมงาน และชุดแข่งขันคอเล็กชั่นใหม่ พร้อมเป้าหมายในการแข่งขันฤดูกาล 2017 โดยมีทางด้านนายพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ เป็นประธานงานแถลงข่าว ท่ามกลางแฟนบอลและกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

เอสซีจี เมืองทองฯ เปิดตัวสโมสรฯ 2017 สุดยิ่งใหญ่ ขุมกำลังซูเปอร์สตาร์เต็มทัพ ทุ่มงบทะลุ 400 ล้าน พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จฤดูกาลใหม่

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำการแถลงข่าวเปิดตัวสโมสร ในฤดูกาลใหม่ 2017 อย่างเป็นทางการ ภายใต้เคมเปญยักษ์ “WAR OF HEROES” เดินหน้าสานต่อความสำเร็จสู่สโมสรต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่สโมสรชั้นนำของเอเชียในอนาคต เปิดตัวขุมกำลังผู้เล่นระดับท็อปทั้งไทย และต่างชาติ ที่จะลงทำศึกฤดูกาลใหม่ พร้อมไฮไลท์สำคัญยลโฉมชุดแข่งขันใหม่ทั้งเหย้า – เยือน วางจำหน่ายให้แฟนได้จับจองล่วงหน้าทันที

เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 14.00 น. ณ สนามหญ้าเทียม สิงห์ฟุตบอล ปาร์ค ภายในสนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี สโมสรยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของไทย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้จัดแถลงข่าวใหญ่เปิดตัวสโมสรอย่างเป็นทางการ พร้อมผู้เล่น-ทีมงาน และชุดแข่งขันคอเล็กชั่นใหม่ พร้อมเป้าหมายในการแข่งขันฤดูกาล 2017 โดยมีทางด้านนายพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ เป็นประธานงานแถลงข่าว ท่ามกลางแฟนบอลและกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรฯ เผยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “ก็ต้องขอบคุณสปอนเซอร์รายต่างๆของทีม ที่ยังให้การสนับสนุนทีมเป็นอย่างดีในฤดูกาลใหม่นี้ ซึ่งหนึ่งในหน้าที่ที่ผมมอบให้ทีมนอกเหนือจากมอบความสุขให้แฟนบอลแล้ว คือต้องมอบความสำเร็จให้ผุ้สนับสนุนในการที่ช่วยเหลือเราเป็นอย่างดีเสมอมา นอกจากนี้ปรัชญาการทำทีมนอกจากต้องชนะในสนามแล้ว ยังต้องเป็นทีมที่ชนะนอกสนามแบบสุภาพบุรุษ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงการฟุตบอลไทย ไปสู่หัวแถวของเอเชียให้ได้อย่างยั่งยืน”

“สำหรับเคมเปญฤดูกาลนี้ที่ใช้ WAR OF HEROES ทางสโมสรฯ ต้องการสื่อความหมายเกี่ยวกับ ผู้เล่นที่มีอยู่ของเราชุดปัจจุบัน ที่มีผู้เล่นติดทีมชาติถึง 10 รายด้วยกัน ก็เปรียบเหมือนพวกเขาเป็นฮีโร่ของแฟนบอลไทยทุกคน รวมไปถึงปีนี้เราได้มีโอกาสไปเล่น ในฟุตบอลถ้วยใหญ่เอเชีย อย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งแน่นอนว่าทีมของเราจะต้องไปทำผลให้ดีที่สุด เพื่อชื่อเสียงของวงการฟุตบอลไทย”

เมื่อ “ไก่” เปลี่ยนไป…

แม้จะไม่ใช่สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” พันธุ์แท้ ที่เป็นแฟนบอลต้นตำรับจากเมืองผู้ดีที่รู้ไส้รู้พุงถึงความเกลียดชังต่อคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แบบเข้ากระดูกดำ

ทว่าตลอดเวลาที่ตามเชียร์ทีมรัก พูดตรงๆเรื่องแบบนี้มันก็ค่อยๆซึมซับเข้าสู่ความรู้สึก ได้อ่านมากๆ ได้เสพเยอะๆ จนอารมณ์คล้อยตามถึงขนาด “แพ้ใคร แพ้ได้ แต่ต้องไม่แพ้ สเปอร์ส”

แม้ที่ผ่านมาตั้งแต่ อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีม อาร์เซนอล จะไม่เคยทำอันดับต่ำกว่าเลย ทว่าในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังสุด ก็ต้องบอกว่ามี “หวาดเสียว” ก็ไม่น้อย โดยเฉพาะซีซั่นก่อนที่ “ไก่เดือยทอง” มาเหี่ยวปลายไปเอง

ขณะที่ฤดูกาลนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่แฟนบอล “ปืนใหญ่” ต้องลุ้นกันเหนื่อย ไม่ใช่แค่อันดับในตารางที่ยังสูสี ทว่าผลงานของ สเปอร์ส ยิ่งเล่นก็ยิ่งดี นับถึงตอนนี้พวกเขามีสมดุลที่ดีกว่าแบบเห็นได้ชัด

ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อาจจะแกว่งไปบ้าง ตอนที่ต้องสับทีมเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงกลางสัปดาห์ เคยไม่ชนะใครในทุกรายการนานถึง 7 เกมติดต่อกัน

ทว่าพอตกรอบเหมือนจะดึงสติกลับมา พอกลับมาเน้นในลีกแบบเต็มๆอีกครั้ง ฟอร์มเก่งก็ค่อยๆกลับมา ที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะหลังการแพ้ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือน สเปอร์ส ได้เจอจุดเปลี่ยน

ไม่รู้ว่าเจตนาเลียนแบบกันหรือไม่ ทว่าระบบ 3-4-3 ที่ เชลซี เป็นคนบุกเบิกจนได้ดิบได้ดี พอ “ไก่เดือยทอง” เอามาประยุกต์ใช้บ้าง มันกลับได้ผลชนิดดีเกินคาด

พูดแบบไม่เกรงใจแฟน “สิงห์บลูส์” หากวัดกันที่เกมนัดเดียว ต้องบอกว่า สเปอร์ส ทำได้กลมกล่อมกว่าด้วยซ้ำไป เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายหยุดสถิติชนะรวดในลีก 13 เกมติดต่อกันของ เชลซี ได้

ที่ผ่านมา โปเช็ตติโน่ เล่นในระบบกระแสของยุคนี้อย่าง 4-2-3-1 ซึ่งจริงๆแล้วก็เหมาะสมและทำได้ดี ทว่ามันก็ยังมีผู้เล่นในบางตำแหน่งที่ยังไม่ค่อยลงตัว โดยเฉพาะผู้เล่นในตำแหน่งปีก

เอริค ลาเมล่า ก็บาดเจ็บ มุสซ่า เดมเบเล่ ก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ซอน เฮือง มิน ฟอร์มผีเข้าผีออก ครั้นจะจับทั้ง เดเล่ อัลลี่ และ คริสเตียน เอริคเซ่น ออกไปเล่นก็ดูจะใช้ประโยชน์จากทั้งคู่ได้ไม่เต็มที่

แต่ในระบบใหม่ เรียกแบบอินเตอร์ๆว่า “ดับเบิ้ลเพลย์เมกเกอร์” ด้วยการให้ เอริคเซ่น และ อัลลี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหลังกองหน้าตัวเป้า แฮร์รี่ เคน ต้องบอกว่าลงตัวมากๆ

ทั้งคู่มีอิสระเต็มที่ในการเคลื่อนเกม วิ่งสลับไปมาได้ทั่วสนาม ซึ่งผลงาน 5 ประตู 8 แอสซิสต์ของดาวเตะโคนม และ 10 ประตู 2 แอสซิสต์ของแข้งวัย 20 ปี ก็ยืนยันได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ เคน ไม่ต้องอธิบายให้มากความ เขาคือกองหน้าเบอร์ต้นๆของพรีเมียร์ลีก โดยซีซั่นนี้ดูจะเครื่องร้อนเร็วกว่าปกติด้วยซ้ำ หลังยิงไปแล้วถึง 13 ประตูทั้งๆที่ลงสนามเพียงแค่ 16 เกมเท่านั้น

อัตราเฉลี่ยการซัลโวของกองหน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษ อยู่ที่ 0.86 ต่อนัด ซึ่งดีกว่าฤดูกาล 2014-15 (0.73) และ 2015-16 (0.67) เสียอีก

การย้ายเข้ามาของ วิคเตอร์ วานยาม่า แน่นอนว่าช่วยเสริมแกร่งให้กับแดนกลางได้เป็นอย่างดี ทว่าก็สร้างปัญหาให้ โปเช็ตติโน่ เหมือนกัน เพราะหากยึดระบบเดิมจะไม่มีที่ว่างให้กับ เอริค ไดเออร์

แต่ด้วยความอเนกประสงค์ของ ไดเออร์ ที่พื้นฐานเคยเล่นกองหลังมาก่อน พอปรับมาเล่นแนวรับ 3 คน เจ้าตัวก็ผสานงานร่วมกับ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ แยน แฟร์ทองเก้น ได้อย่างลงตัว
จุดสำคัญที่ทำให้ 3-4-3 หรือ 3-4-2-1 กลายเป็นระบบที่เวิร์กมากๆสำหรับ สเปอร์ส ก็เป็นเพราะพวกเขามีฟูลแบ็กชั้นดีอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ แดนนี่ โรส ที่เล่นเกมรับก็ดี เกมรุกก็เยี่ยม ที่ดูมาหลายๆนัดแทบจะลืม “ปีก” อาชีพไปได้เลย

ช่วงหนึ่งที่ระบบหลัง 3 คนหายไปจากวงการลูกหนัง ก็เป็นเพราะขาดฟูลแบ็กเทพๆ มาประดับวงการ หมด คาฟู และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ก็หาคนปอดเหล็ก และเล่นได้อย่างมีสมดุลได้ยาก

เชลซี โชคดีมากๆที่ วิคเตอร์ โมเซส สามารถแจ้งเกิดในตำแหน่งใหม่ ขณะที่ มาร์กอส อลอนโซ่ ก็เป็นดีลแจ็กพอตที่เล่นได้ดีเกินความคาดหมายไปเยอะ

เอฟเวอร์ตัน เป็นอีกทีมที่พยายามปรับมาเล่นในระบบนี้ ซึ่งแม้ที่ผ่านมาจะดีบ้าง แย่บ้าง แต่การที่พวกเขามีของดีอย่าง ซีมุส โคลแมน และ เลห์ตัน เบนส์ ก็น่าลุ้นเหมือนกันหากจูนตำแหน่งอื่นๆได้ลงตัว

ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้น วลีอมตะที่พูดเมื่อใดก็มักจะจริงเสมอ เชลซี ในวันที่แพ้ อาร์เซนอล ผลบอลย้อนหลัง 0-3 ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเดินมาไกลถึงขั้นชนะรวดในลีก 13 ครั้งและนั่งเป็นจ่าฝูงอยู่ในเวลานี้

สเปอร์ส ก็เฉกเช่นเดียวกัน ตอนนี้พวกเขาชนะในลีกมาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน บางทีสถิติใหม่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ในฤดูกาลเดียว

งานนี้บอกเลยในฐานะ “เดอะ กันเนอร์ส” รู้สึกหวั่นใจจริงๆ ก็หวังแค่ว่าในสุดสัปดาห์นี้ แมนฯ ซิตี้ จะเป็นเรือใบลำใหญ่ที่จะขวางความแรงของทัพไก่เดือยทอง

แต่เห็นหน้า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ช่วงนี้ ราศีไม่จับเหมือนต้นฤดูกาล ไม่รู้เหมือนกันว่าจะ “พึ่ง” ได้สักแค่ไหน

ยลโฉม!! เมษา แฟน นิว ชัยพล สวย เก่ง ไลฟ์สไตล์ตรงกัน

ก่อนหน้านี้ถูกจับตาหนักมาก ถึงเรื่องของสถานะหัวใจกับสาวสวยดีกรีผู้ประกาศข่าวช่องดัง “เมษา กิตติมา” ว่าสรุปแล้วใช่หวานใจตัวจริงหรือเปล่า? ล่าสุดนักแสดงหนุ่มหุ่นล่ำครบเครื่องในทุกด้านอย่าง “นิว ชัยพล พูพาร์ต” ก็ได้ถือโอกาสออกมาไขข้อข้องใจให้เราฟังแล้วว่า ความสัมพันธ์ของเจ้าตัวกับสาวเมษาคือคนที่กำลังพูดคุยศึกษากันอยู่จริง แต่ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนกันมานานมากแล้ว

ส่วนที่หลายคนอาจจะอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าพอเปิดตัวแบบนี้จะทำให้กระแสความฮอตดรอปลงหรือเปล่า หนุ่มนิวเขาก็ได้ยืนยันกับเราว่า ปกติตนจะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงอยากทำทุกอย่างให้เหมือนปกติที่สุด!!!

ความสัมพันธ์กับเมษาตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“เรื่อยๆ ครับ ไม่ได้อะไร แต่ก็มีเพื่อนหลายคนส่งข้อความมาถามเหมือนกันว่าเปิดตัวเหรอ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้อะไรนะครับ เพราะผมเองก็เคยบอกมานานแล้วว่าถ้าหากมีอะไรผมก็คงที่จะไม่ได้เปิดหรือไม่ได้ปิดมากกว่า ใช้ชีวิตปกติธรรมดาเลย”

แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาก็เหมือนว่าจะมีภาพออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ?
“ก็…ดีนะ ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร เวลามีคนเข้ามาแซวก็เขินบ้างเหมือนกัน (ยิ้ม)”

ฝ่ายหญิงเขาว่ายังไงบ้างเราเปิดตัวขนาดนี้ ?
“คือเราสองคนเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน เคยรู้จักกันมาก่อน รู้จักกันมานานมากๆ แล้ว และก็อย่างที่บอกครับเราไม่ได้เปิดและก็ไม่ได้ปิด เวลาเราไปไหนมาไหนเราก็ไปด้วยกันปกติเหมือนคนทั่วๆ ไปเลยครับ”

เราสองคนสนิทกันมานานแค่ไหนแล้ว ?
“รู้จักกันประมาณ 7 ปีแล้วครับ แต่ตอนนั้นยังเป็นเพื่อนกัน ส่วนที่เริ่มจะมาคุยกันจริงๆ จังๆ ก็คือเมื่อสักพักที่นี่เอง”

ใช้คำว่าหวานได้ไหมสำหรับคู่เราพอได้ขยันสถานะแล้ว ?
“ปกติเลยนะ เพราะผมไม่ใช่คนที่หวานอยู่แล้ว ผมก็ใช้ชีวิตของผมปกติเลย ไปไหนมาไหนปกติ หากจะมีภาพมีอะไรออกมาให้เห็นก็คือเรื่องปกติเลย ผมไม่เคยห้ามอยู่แล้ว ใครจะทำอะไรก็แล้วแต่เลยครับ”

แฟนคลับว่ายังไงบ้างสำหรับคู่ของเรา ?
“ก็มีคนเข้ามาแซวๆ บ้างครับ ทั้งแบบตลก และก็แบบขำๆ ซึ่งผมก็เข้าไปคอมเม้นท์ตอบเขาด้วยเหมือนกันนะ (ยิ้ม)”

ตอนที่เป็นข่าวออกมาเรารู้ได้ยังไง ใครเป็นคนมาบอก ?
“ผมรู้ข่าวตอนที่อยู่เมืองนอกด้วยนะครับ เขาเป็นคนส่งข่าวมาให้ดู ผมรู้ข่าวทีหลัง ซึ่งตอนที่เขาส่งมาให้อ่านเขาก็ส่งมาแบบขำๆ”

มีกระแสแอนตี้จากแฟนๆ ออกมาให้เห็นบ้างหรือยังในโลกโซเชียลฯ ?
“ถ้าส่วนตัวผม ผมยังไม่เห็นนะครับ แต่จะเห็นเป็นข่าวมากกว่า เช่นข่าวเปิดตัว หรือภาพที่ถ่ายตอนอยู่บนเชียงดาว”

กลัวไหมว่าพอเราเปิดตัวแบบนี้จะทำให้กระแสเราดรอปลง ?
“ไม่กลัวนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าผมทำงานในวงการมาได้ 8 ปีแล้ว และผมก็พยายามแยกส่วนมาตลอด คือให้เรื่องส่วนตัวกับเรื่องของงานมันไปกันคนละทางอย่างชัดเจน การทำงานก็ทำให้เต็มที่ ส่วนชีวิตก็ใช้ชีวิตแบบคนปกติ”

เราได้ถามฟีดแบคจากฝ่ายหญิงบ้างไหมว่าพอเปิดตัวไปเขาเจอฟีดแบคยังไงบ้าง ?
“ยังไม่ได้ถามเขาเลยเหมือนกันครับ ไม่เคยถามเขาเลย เอาไว้เจอเขาครั้งหน้าลองถามดูได้นะครับ”

ได้มีโอกาสเจอกับครอบครัวของทั้งสองฝ่ายบ้างแล้วหรือยัง ?
“เคยเจอกับแล้วครับ เพราะอย่างที่ผมบอกคือเราเป็นเพื่อนกันมาก่อน ดังนั้นการเจอผู้ใหญ่คือเราเคยเจอกันมานานแล้ว มันก็เลยไม่ได้มีอะไรพิเศษ เป็นการเจอแบบปกติเลย”

แปม ไกอา หน้ากากโพนี่ เข้าใจได้หากคนจะใช้คำว่า ไม่รู้จัก?

ออกมาเจอสื่อเป็นครั้งแรก หลังจากที่เจอกับกระแสวิจารณ์หนักมากทั้งแง่บวกและแง่ลบ สำหรับ “แปม ศิรภัสรา สินตระการผล” หรือ “แปม ไกอา” เจ้าของหน้ากากโพนี่ จากเวทีดัง The Mask Singer Thailand งานนี้บรรดาสื่อก็เลยต้องขอเข้าไปจ่อไมค์ถามเจ้าตัวสักหน่อยว่ารู้สึกยังไงบ้างกับกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงประโยคเด็ดที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่รู้จัก” ในวันที่เธอถอดหน้ากาก!!!

ซึ่งงานนี้นอกจากสาวแปมจะเปิดใจถึงกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว ในส่วนของความรักกุ๊กกิ๊กระหว่างเจ้าตัวกับนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “เพชร เผ่าเพชร เจริญสุข” สาวแปมก็ยังเผยด้วยว่า ตอนนี้ความสัมพันธ์ทุกอย่างราบรื่นดี แต่ที่ไม่ค่อยโพสต์ภาพถ่ายคู่กันก็เป็นเพราะว่าต่างคนต่างก็มีสไตล์ของตัวเอง…

กระแสที่เข้ามาสำหรับตัวเราเองตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“กระแสดีมากๆ เลยค่ะ มีคนเข้ามาให้กำลังใจเยอะมากๆ”

รู้สึกยังไงบ้างตอนที่เปิดหน้ากากออกมาแล้วคนในห้องส่งงง ?
“อย่าว่าแต่คนอื่นงงเลยค่ะ ตัวหนูเองก็งงว่าหนูไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ หนูเองก็พอจะทราบอยู่แล้วนะว่าจะต้องมีคนที่เขาไม่รู้จักเรา เพราะวงไกอาไม่ได้มีชื่อเสียงมาก และอาจมีวงคนฟังไม่ได้กว้างนัก ดังนั้นมันก็เลยน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คนรู้จักเราน้อย”

จริงๆ เรารู้สึกเสียเซลฟ์ไหมที่คนสงสัยว่าใครคือ แปม ไกอา ?
“มีคนเป็นห่วงหนูเยอะมากเลยค่ะ บางคนก็โทรมา บางคนก็ส่งข้อความมา แต่หนูอยากจะบอกทุกคนเลยนะว่าหนูไม่เป็นไร หนูโอเคมาก หนูเข้าใจดี และอีกอย่างมันก็เป็นเรื่องธรรมดาด้วย เพราะเราเองก็คงไม่ได้รู้จักศิลปินทุกคนในบ้านเราอยู่แล้ว และหนูบอกได้เลยว่า สำหรับตัวหนูเองมันกลับเป็นความรู้สึกดีใจซะมากกว่า ที่มีคนเข้ามาให้กำลังใจและยินดีที่ได้รู้จักเรามากขนาดนี้ แฮปปี้ค่ะ”

นอยด์ไหมเพราะเอาจริงๆ เราเองก็โดนกระแสเยอะเหมือนกัน ?
“ถ้าเรื่องที่คนไม่รู้จักอันนี้หนูไม่นอยด์เลยนะ แต่เวลามีคนถามขึ้นมาว่า มาทำไม เอามาทำไม ไม่รู้จักทำไมถึงเอามา อันนี้ก็จะมีบ้างเหมือนกันที่นอยด์นิดหนึ่ง แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะเข้าใจ”

เราให้กำลังใจตัวเองยังไงบ้างกับกระแสที่เกิดขึ้นซึ่งบางอย่างเราอาจจะไม่โอเค ?
“ก็…เลือกอ่านคอมเม้นท์ที่ดีมากกว่าค่ะ เพราะอย่างที่ทราบเนอะตัวหนูเองก็เป็นคนที่ชอบร้องเพลง และที่เข้าวงการมาก็เพราะว่าอยากเป็นนักร้อง ดังนั้นถ้าหากมีคนอยากจะฟังหนูร้องเพลงต่อ หนูก็ดีใจมากแล้ว”

นอกจากจะมีดราม่าแล้ว แต่ในอีกมุมเราก็เหมือนว่าจะดังขึ้นถึงขนาดมีคนตาม IG เพิ่มเป็นหลักหมื่นเลย ?
“ต้องขอบคุณทุกคนมากค่ะที่ชอบโพนี่ (ยิ้ม) แต่ถามว่ามีคนตามไอจีมากขึ้นขนาดไหน ก็ เอ่อ…น่าจะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 50,000 คน”

ด้วยกระแสที่มันมาเร็วแบบนี้ทำให้ตัวเราเองมีงานเพิ่มขึ้นตามด้วยไหม ?
“ยังเรื่อยๆ อยู่นะคะ ไม่ได้หวือหวาอะไร แถมที่สำคัญตอนนี้หนูเองก็มีโปรเจคละครเวทีที่ต้องซ้อมด้วย”

ทางค่ายมีวี่แววไหมว่าจะดันเราเป็นพิเศษหรือให้ออกผลงานเดี่ยวไปเลย ?
“ยังไม่มีค่ะ ตอนนี้ยังปกติ ยังเรื่อยๆ อยู่”

อย่างบางกระแสที่ออกมาวิจารณ์ประมาณว่าการที่ค่ายทำแบบนี้เหมือนเขาฆ่าเราทางอ้อม เรารู้สึกยังไงบ้าง ?
“หนูมองว่ามันเป็นเรื่องของการให้โอกาสมากกว่า เพราะทุกๆ คนที่ได้มารายการนี้คือทุกคนได้โอกาสจริงๆ ซึ่งในส่วนของหนู หนูก็ถือว่ามันเป็นโอกาสที่ดีและก็เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากๆ เลยค่ะ”

พี่เพชรให้กำลังใจหรือมีความเห็นว่ายังไงบ้างไหมกับกระแสที่เกิดขึ้น ?
“นางก็ตกใจค่ะ แต่นางก็แฮปปี้กับเรา (หัวเราะ)”

หนุ่มๆ ชอบเรามากขึ้นแบบนี้ พี่เพชรเขาจะหวงไหม ?
“ไม่ค่ะ พี่เพชรไม่ได้อะไรเลย ความรักตอนนี้ก็ปกติดีแฮปปี้ แต่ลงรูปไม่บ่อย เอาจริงๆ ปกติก็ไม่ได้ลงอยู่แล้วนะ เพราะว่าต่างคนต่างก็เน้นลงรูปตัวเองมากกว่า”

ฉาว! จับแก๊งเจ้าอาวาสวัดดัง และ หน.สำนักสงฆ์สงขลา เปิดกุฏิตั้งวงเล่นไพ่ดื่มเหล้า จับสึกทันควัน

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – บุกจับแก๊งเจ้าอาวาสวัดนารังนก ใน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และหัวหน้าสำนักสงฆ์ ตั้งวงเล่นไพ่กับพระ และฆราวาสคากุฏิ พร้อมของกลางทั้งเงินสด และไพ่คามือ ก่อนพาจับสึกทันที ชาวบ้านเผยเฝ้าติดตามพฤติกรรมมานาน ก่อนรวบคาหนังคาเขา

วันนี้ (25 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.30 น. ของคืนวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา นำโดย พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผู้กำกับการ สภ.บางกล่ำ พ.ต.ท.ทวีพร ประสงค์สุข สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.บางกล่ำ และนายจิระพงค์ แก้วคงบุญ กำนันตำบลแม่ทอม และคณะกรรมการหมู่บ้าน ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

ร่วมกันเข้าตรวจค้นภายในกุฏิวัดเจ้าอาวาสวัดนารังนก หมู่ที่ 6 ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา หลังจากได้รับรายงานว่า มีกลุ่มพระภิกษุเข้าไปมั่วสุมเล่นการพนัน และดื่มสุรากันภายในกุฏิ โดยหลังจากเปิดประตูเข้าไปภายในกุฏิเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เนื่องจากพบทั้งพระ และฆราวาสกำลังนั่งล้อมวงเล่นไพ่เก้าเกกันอยู่ และต่างถือไพ่อยู่ในมือกันทุกคน ขณะกำลังลุ้นกันอยู่ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้

โดยเป็นพระ 9 รูป และฆราวาส 3 คน ยึดของกลางเงินสด 15,000 บาท ซึ่งอยู่ในบาตรไพ่ป๊อกสำหรับเล่นการพนัน 5 สำรับ อาสนะใช้ปูนั่งรองเล่นการพนัน จำนวน 5 ผืน และยังพบสุราบรรจุในขวดน้ำขนาด 0.6 ลิตร ประมาณเศษ 1 ส่วน 4 จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง

ซึ่งในจำนวนพระภิกษุที่ร่วมวงเล่นไพ่เก้าเก มี พระมหาขวัญทอง เขมากร อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดนารังนก หรือนายขวัญทอง ศรีรัชชะ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุรวมอยู่ด้วย และนอนถือไพ่อยู่บนเตียง เนื่องจากป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก รวมทั้งพระมหานิมิต อายุ 54 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์ยางงาม หมู่ที่ 10 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ หรือนายนิมิต มุสิกรัตน์ ส่วนที่เหลือเป็นพระลูกวัดของวัดนารังนก สำนักสงฆ์ยางงาม และวัดอื่นๆ อีกหลายแห่ง

ส่วนฆราวาสอีก 3 คน เป็นคนสนิทของเจ้าอาวาสวัดทั้ง 2 แห่ง ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ ตันติปรีชานันท์ อายุ 62 ปี นายจักรทอง สรรพจักร อายุ 42 ปี และนายสุนทร ชิตแก้ว อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้งพระ และฆราวาสพร้อมของกลางนำส่ง สภ.บางกล่ำ เพื่อดำเนินคดี โดยถูกแจ้งข้อหาลักลอบเล่นกันพนัน (ไพ่เก้าเก) เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะเจ้าอาวาสวัดนารังนกนั้น ถึงขั้นต้องแบกหามขึ้นรถเพราะเดินไม่ได้

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางเจ้าคณะอำเภอบางกล่ำ ได้นำเจ้าอาวาส พร้อมพระภิกษุทั้งหมดไปดำเนินการสึกออกจากการเป็นพระในทันที เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่งเปิดเผยว่า ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของพระมหาขวัญทอง เจ้าอาวาสวัดนารังนก มานานหลายปี เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งยุ่งเกี่ยวกับสีกา แต่เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานที่สามารถเอาผิดได้ นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้วยังได้ยักยอกเงินวัดโดยแอบถอนเงินจากบัญชีของวัด จำนวน 3 แสนบาท โอนเข้าบัญชีตัวเอง โดยที่คณะกรรมการวัดไม่ทราบเรื่อง และชาวบ้านได้แอบเฝ้าจับตาพฤติกรรมมาเรื่อยๆ จนกระทั่งคืนเกิดเหตุทราบว่า มีการนัดหมายพระจากวัดต่างๆ เข้ามามั่วสุมเล่นการพนัน และดื่มสุรากันในกุฏิ จึงได้แจ้งตำรวจ และผู้นำท้องถิ่นร่วมกันเข้าตรวจค้น และจับกุมได้คาหนังคาเขาในที่สุด

ทั้งนี้ หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นภายในวัดนารังนก และมีการสึกเจ้าอาวาส เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (25 ม.ค.) นายจิระพงค์ แก้วคงบุญ กำนันตำบลแม่ทอม พร้อมตำรวจ สภ.บางกล่ำ กรรมการวัด ตัวแทนชาวบ้าน และพระลูกวัดนารังนกที่เหลืออยู่ได้ร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหาภายในวัด โดยได้มีมติแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสขึ้นมาดูแลวัดแทนชั่วคราว เพื่อดูแลวัดรวมทั้งพิธีทางศาสนา และสิ่งของมีค่าภายในวัด

ส่วนทางด้านคดี ผู้กำกับการ สภ.บางกล่ำ เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้นำอดีตพระทั้ง 9 รูป และฆราวาสอีก 3 คน ส่งฟ้องศาลจังหวัดสงขลาแล้ว และทั้งหมดได้เสียค่าปรับ และได้รับการปล่อยตัวออกมาทั้งหมด เนื่องจากคดีนี้เพียงแค่เสียค่าปรับเท่านั้น

สำหรับวัดนารังนก เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งใน อ.บางกล่ำ สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นที่มาของตำนานเหรียญพ่อท่านลิ้นดำ วัดนารังนารังนก นอกจากนี้ ภายในอุโบสถยังมีภาพเขียนเก่าแก่คู่วัดตั้งแต่สมัยโบราณอีกด้วย

ทหาร ของขึ้น!! ถูกอ้างเก็บส่วย ลุยจับบ่อนกลางป่า รวบนักพนัน 14 ราย เงินสด 380 บาท

เมื่อวันที่ 16 มกราคม เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความสงบ นำโดย ร.อ.ปนัตชัย ชัยเจริญวรรณ ผบ.มว.รส.ที่ 1 ร.31 พัน.1 รอ. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าบุกตรวจค้น บริเวณเพลิงพักกลางป่า หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบเปิดบ่อนเล่นการพนัน ทั้งนี้มีการแอบอ้าง ว่า มีการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ อีกทั้งสืบทราบว่าบ่อนแห่งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รู้เห็นเป็นใจ จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อ ทำการปิดล้อมเข้าจับกุมการลักลอบเล่นการพนัน โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิด ได้จำนวน 14 ราย เงินสดจำนวน 380 บาท ไพ่จำนวน 2 สำรับ ชิพและกิ๊บหนีบผ้าไว้แทนเงินสดจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้มีรายงานว่า ระหว่างการจับกุม เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ประกาศว่าตนเองเป็นทหาร ทำงานเพื่อชาติ ทำพื้นที่ให้เกิดความสงบมีคนแอบอ้างว่าทหารเก็บส่วย ผมเป็นทหาร ทำงานให้แผ่นดิน ผู้บังคับชาทุกระดับชั้นต่างเน้นย้ำ ให้พวกผมดูแลพื้นที่ให้เกิดความเรียบร้อย แต่มีคนแอบอ้างทหาร ผมยอมไม่ได้ จากนั้นจึงนำตัวนักพนันทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง เพื่อทำการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

“อธิวัฒน์ ” ซิวที่ 4 สเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชีย, “บิ๊กต๊อด” เดินหน้าเพื่อเป้าหมายโอลิมปิก 2020

“อธิวัฒน์ ” ซิวที่ 4 สเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชีย, “บิ๊กต๊อด” เดินหน้าเพื่อเป้าหมายโอลิมปิก 2020

การแข่งขันสเก็ตบอร์ดชิงแชมป์เอเชีย รายการ “เอเชี่ยน สเก็ตบอร์ดแชมป์เปี้ยน ชีพ 2016” ที่ สหพันธ์ สเก็ตบอร์ดสากล International Skateboarding Federation (ISF) ร่วมกับ สหพันธ์กีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งเอเชีย (AXF) จัดขึ้นในช่วงระหว่าง 25-27 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่สนาม SMP นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทัพนักกีฬากว่า 100 คน จาก20 ประเทศทั่วเอเชียเข้าร่วมการชิงชัย

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 2 นักกีฬาสเก็ตบอร์ตทีมชาติไทย “โอ๊ต” อธิวัฒน์ เรืองศรี และ “เพชร” ณภัทร์ วิจิตรจรุง ลงทำการแข่งขันในประเภท สเก็ตบอร์ด พาร์ค ผลปรากฎว่า “โอ๊ต” อธิวัฒน์ เรืองศรี นักสเก็ตบอร์ดเบอร์ 1 ของเมือง สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โชว์ลีลาเล่นสเก็ตบอร์ดผาดโผด ทำคะแนนได้สูงถึง 75.26 คะแนน พร้อมกับคว้าอันดับ 4 ของเอเชียมาครองได้สำเร็จ โดยเป็นรองเพียงคายะกิ ไอเกะ จากญี่ปุ่น ที่คว้าอันดับ 1 ของการแข่งขันเพียงแค่ 3.14 คะแนนเท่านั้น ส่วน “เพชร” ณภัทร์ วิจิตรจรุง นักสเก็ตบอร์ดดาวรุ่งของไทยนั้นทำผลงานจบอันดับที่ 15 ของการแข่งขันโดยทำคะแนนได้ 62.18 คะแนน

ภายหลังแข่งเสร็จ “โอ๊ต” อธิวัฒน์ เรืองศรี เปิดเผยว่า “สำหรับผลงานคว้าอันดับ 4 ของการแข่งขันรายการนี้มาครองได้ ถือว่าเป็นผลงานที่พอใจในระดับหนึ่ง สำหรับรายการนี้เป็นการแข่งขันในระดับเอเชียซึ่งมีนักกีฬาเก่งมากมาย อีกทั้งยังมีอุปสรรคในเรื่องของอากาศ เราต้องลงแข่งขันท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด และต้องใส่เสื้อ jacket หนาๆ และถุงมือเล่น ทำให้เล่นได้ไม่ถนัดเหมือนที่ฝึกซ้อมทำให้เราพลาดไปในหลายจุด

สำหรับผมถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้เรารู้จุดที่ต้องปรับแก้ไขเพื่อผลงานที่ดีขึ้น หลังจากนี้เราคงกลับฝึกซ้อม เพื่อเป้าหมายในการเก็บคะแนนเพื่อให้คว้าตั๋วไปเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ให้ได้ต่อไปครับ รวมทั้งขอขอบคุณนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการ พร้อมทั้งทีมงานของสมาคมฯ ที่มีส่วนช่วยในการผลักดันพวกเรานักกีฬาเอ๊กซ์ตรีมอย่างต่อเนื่องเลยครับ

ด้าน “บิ๊กต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี ประมุขเอ็กซ์ตรีมไทย เปิดเผยว่า ก่อนอื่นคงต้องชื่นชมผลงานของนักกีฬาทั้งสองคน โดยครั้งนี้ อธิวัฒน์ สามารถคว้าอันดับ 4 ของเอเชียมาครองได้ ต้องถือว่าทำได้ดีเพราะจากที่ได้ติดตามการฝึกซ้อม และผลงานการแข่งขันที่ผ่านมา ต้องบอกว่านักกีฬาของเรามีการพัฒนาขึ้นมากทีเดียว และนักกีฬาของเราเล่นได้แทบไม่เป็นรองเลย มีจุดผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อย ที่เราต้องนำกลับมาพัฒนา ซึ่งผมมั่นใจว่า หากนักกีฬาเราได้ฝึกซ้อม และปรับแก้จุดบกพร่องอย่างต่อเนื่องมากขึ้น เชื่อว่าโอกาสในการไปลุยโอลิมปิกเกมส์ 2020 คงอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดีในเวลานี้ทางสมาคมเอ็กซ์ตรีมฯ ได้มีการส่งตัวแทน คุณอภิชัตย์ รัตนิน อุปนายกฝ่ายเทคนิคเข้าร่วมการประชุมหารือกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในเรื่องการเก็บตัวนักกีฬาตลอด 4 ปีนับจากนี้ โดยจะคัดตัวจริง 5 คน ตัวสำรอง 5 คน ซึ่งตัวสำรองนี้จะเป็นนักสเก็ตรุ่นเด็กที่เป็นคลื่นลูกใหม่ เพื่อเตรียมไว้สำหรับอนาคตโอลิมปิกอีก 4 ปี รวมทั้งเราได้หารือและนำเสนอถึงเรื่องสวัสดิการของนักกีฬา ที่จะต้องมาเก็บตัวฝึกซ้อมกับทางสมาคมฯ ซึ่งที่ผ่านมาเรายังติดปัญหาเรื่องการดึงเด็กมาฝึกซ้อม เพราะติดที่นักกีฬาส่วนใหญ่อยู่ในวัยกำลังศึกษาอยู่ ทำให้ไม่สะดวกในการมาเก็บตัวซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน ทางสมาคมฯได้หาแนวทาง ด้วยการให้ทั้งสวัสดิการ และทุนการศึกษา เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักกีฬา นอกเหนือจากเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬา ซึ่งมีให้กับนักกีฬาที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศอีกด้วย” คุณปิติ กล่าวต่อ

“นักบิดไทย” เหมาหัวแถววันแรก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง” สนามสุดท้าย

เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สนามสุดท้าย เข้าสู่โปรแกรมอย่างเป็นทางการ ผลซ้อมวันแรกนักบิดไทย ทำผลงานยอดเยี่ยมพาเหรดคว้าหัวแถว เดชา ไกรศาสตร์ จอมเก๋าจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม นำฝูง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ขณะ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จากทีมเดียวกันเร็วที่สุดในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี.

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สนามสุดท้าย มีคิวดวลความเร็วระว่างวันที่ 2-4 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ล่าสุดในวันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นการเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งแรก

โดยในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ลงซ้อมทั้งสิ้น 2 ครั้ง ซึ่งในการซ้อมครั้งแรก นักบิดไทยอย่าง เฉลิมพล ผลไม้ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่ลงแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ด กดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.906 วินาที ตามด้วย ฐิติพงศ์ วโรกร จาก ฮอนด้า ติ๊งโน๊ต เรซซิ่ง ตามหลังหัวแถวเพียง 0.100 วินาที เท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ เดชา ไกรศษสตร์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ตามหลัง 0.298 วินาที

ส่วนการซ้อมครั้งที่ 2 ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ซึ่งมีขึ้นในช่วงบ่ายเป็น เดชา ที่ขยับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงของวันแรก ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.586 วินาที เฉือน โมฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียนจาก มูซาชิ บุนซิว ฮอนด้า เรซซิ่ง เพียง 0.130 วินาที เท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ เฉลิมพล ตามหลังหัวแถว 0.244 วินาที

เช่นเดียวกับรุ่น เอเชีย โปรักชั่น 250 ซี.ซี. ที่ลงซ้อมทั้งสิ้น 2 ครั้ง โดยการซ้อมครั้งแรกเป็น สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า ไทยแลนด์ ที่กดเวลามา เป็นอันดับ 1 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 56.733 วินาที ตามด้วย เกลัง เฮนดร้า พราทาม่า นักบิดอินโดนีเซียนจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ในอันดับ 2 ตามหลัง 0.139 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง นักบิดไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ตามหลัง 0.428 วินาที ด้าน อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่คว้าแชมป์ประจำปีได้สำเร็จแล้วก่อนหน้านี้ ทำเวลามาเป็นอันดับ 5 ตามหลังหัวแถว 0.746 วินาที

อย่างไรก็ดี จากการลงซ้อมครั้งที่ 2 ในช่วงบ่าย อภิวัฒน์ ที่เป็นจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ก็สามารถกลับขึ้นมาอยู่หัวแถวบนตารางเวลาของวันแรก ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 53.920 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง พราทาม่า ถึง 1.674 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ทาเคฮิโร ยามาโมโตะ นักบิดดาวรุ่งญี่ปุ่นจาก ทริคสตาร์ เรซซิ่ง ตามหลังหัวแถว 2.048 วินาที

สำหรับโปรแกรมในสุดสัปดาห์นี้จะมีการซ้อมอีกครั้ง และควอลิฟายในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมนี้ โดยการแข่งขันเรซแรกจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม และปิดท้ายการแข่งขันเรซ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคมนี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่สนใจเข้าชมการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สามารถหาซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรหน้า สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และ บุรีรัมย์ คาสเซิล รวมถึง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดย VIP LOUNGE 1 วัน ราคา 1,000 บาท/ 2 วัน 1,500 บาท, GRANDSTAND 1 วัน ราคา 200 บาท/ 2 วัน 300 บาท, SIDESTAND 1 วัน ราคา 100 บาท/ 2 วัน 150 บาท สอบถามได้ที่ โทร 02-262-3456 หรือ 091-716-3366

ประสบการณ์พิเศษ! “ปราสาทสายฟ้า” สอนบอลให้เด็กกัมพูชา 2 ปีติดต่อกัน

“โปโป้” รันโก้ โพโพวิช กุนซือใหญ่ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำทีมสต๊าฟฟ์โค้ช และนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมเปิดคลินิกฟุตบอล ถ่ายทอดประสบการณ์ และทักษะการเล่นให้กับเยาวชนกัมพูชา 120 คน ในโครงการของ ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมกับ บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์เปิดคลินิกสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนในประเทศกัมพูชา จำนวน 120 คน ที่สนามฝึกซ้อมของทีม พนมเปญ คราวน์ เอฟซี ทีมดังของประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการเปิดคลินิกฟุตบอลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่สนามแห่งนี้

การเปิดคลินิกครั้งนี้ได้ รันโก้ โพโพวิช กุนซือใหญ่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นคนจัดฐานการฝึกทักษะฟุตบอล พร้อมกับมี 6 นักเตะ ประกอบด้วย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, กรวิทย์ นามวิเศษ, จักรพันธ์ แก้วพรม, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, รัตนากร ใหม่คามิ และรูเบนิลสัน ดอส ซานโตส นักเตะชุดใหญ่ของปราสาทสายฟ้า ร่วมฝึกสอนน้องๆ 120 คน อย่างใกล้ชิด

โดยงานนี้มี คุณอดิศักดิ์ ขำล้วน ผู้แทนจากเครื่องดื่มตราช้าง ” ช้าง เติมเต็มคำว่าเพื่อน”, คุณวราภร ศรีวิชัย ผู้แทนจากผลิตภัณฑ์นมเมจิ “ชีวิตดีมีได้ทุกวัน” และคุณสาโรจน์ ส่งติ่น ผู้แทนจาก เมืองไทยประกันชีวิต สำหรับคนหัวคิดทันสมัย ร่วมให้กำลังใจ และพูดคุยกับเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการ

โดย ริธี สำนาง ประธานสโมสร พนมเปญ คราวน์ อีกหนึ่งผู้ให้โอกาสเด็กกัมพูชา ได้เข้าร่วมฟุตบอลคลินิก กล่าวว่า ผมก็ต้องขอบคุณบุรีรัมย์ และช้าง ที่พากันมาเปิดคลินิกฟุตบอลถึง สนามฝึกซ้อมของพนมเปญ คราวน์ ของเรา เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน สำหรับ พนมเปญ คราวน์ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มาโดยตลอด และเราก็ให้โอกาสเด็กๆ ทุกคน ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กของกัมพูชา

“ที่กัมพูชา ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเหมือนทีมต้นแบบ และเป็นทีมที่คนกัมพูชาชื่นชอบมาก เมื่อเด็กๆ ทราบว่าจะมีทีมมาเปิดคลินิกสอนฟุตบอล ทุกคนดูตื่นเต้น และอยากที่จะเข้าร่วมเพื่อเรียนรู้ เราก็ต้องขอบคุณบุรีรัมย์ และพันธมิตรทุกที่มาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ อีกครั้ง”

ทั้งนี้การเปิดคลินิกสอนทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชน เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ “ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกเกมการแข่งขัน

สำหรับฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ “ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 เกมที่ 3 จะมีขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2560 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเปิดสนามไอ-โมบาย สเตเดียม พบ อาร์มี่ เอฟซี ทีมแชมป์ฟุตบอลถ้วยของกัมพูชา คิกออฟเวลา 18.30 น. ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ถ่ายทอดสดเช่นเดิม

เมย์ ไม่หวาน!! ถ่ายปฏิทินคู่ เจ ต้องรักสายเท่ห์เท่านั้น

บอกได้เลยว่าถูกใจแฟนคลับเอามากๆ สำหรับโปรเจคพิเศษของคู่รักคู่หวาน เจ้าของแฮชแท็กฮิต #มีแฟนแล้วรักแฟนมาก อย่าง “เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร” และแฟนหนุ่มนักเตะ “เจ ชนาธิป สรงกระสินธุ์” กับการถ่ายปฏิทินคู่ต้อนรับปี 2017 เพื่อมอบให้กับแฟนคลับและคนที่รัก ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 300 เล่มเท่านั้น!!

งานนี้พอมีโอกาสได้เจอกับสาวเมย์บรรดาสื่อก็เลยต้องขอเข้าไปสอบถามสักหน่อยว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจเริ่มต้นโปรเจคนี้ รวมถึงบรรยากาศตลอดการถ่ายทำของเจ้าตัวและหนุ่มเจนั้นหวานซึ้งเหมือนภาพที่ออกมาหรือเปล่า…

ล่าสุดที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเจเป็นยังไงบ้าง ?
“ก็ดีใจค่ะ เพราะเราไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่ด้วยกันเท่าไหร่ เขาดูตื่นเต้นกว่าเมย์ด้วยซ้ำเพราะเขาไม่ค่อยไปไหน แต่ถามว่ามีโมเม้นท์หวานๆ ไหม เอ่อ…เราเป็นคู่ที่ชอบแกล้งกันมากกว่าค่ะ แต่ก็มีบ้าง ซึ่งจะเป็นแนวกุ๊กกิ๊กกันมากกว่า ไม่ใช่แนวสวีทหวานสักเท่าไหร่”

ถามถึงเรื่องถ่ายปฏิทินเห็นว่าเราเองก็เพิ่งทำปฏิทินออกมาด้วย ?
“ใช่ค่ะ แต่เราถ่ายกันเองเล่นๆ นะ พอดีว่าเมย์มีเพื่อนสนิทเป็นช่างภาพมาช่วยถ่ายให้ ซึ่งเจเขาก็สนใจอยากทำเหมือนกัน สุดท้ายเราก็เลยได้ออกมา 300 เล่ม เพื่อแจกให้กับคนที่เขารักเรา”

เขินไหมตอนที่ต้องถ่ายปฏิทินคู่กัน ?
“เอาจริงๆ ตอนแรกเมย์ก็กังวลนะคะ เพราะเมย์ไม่เคยไปดูเวลาเจทำงานมาก่อนเลยไม่รู้ว่าเขาจะทำได้ไหม แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขากลับเป็นมืออาชีพมากๆ ขนาดเพื่อนเมย์ยังแซวเลยว่าเขาแย่งงานเมย์แล้ว (หัวเราะ)”

มีคนบอกไหมว่าภาพที่ออกมาแต่ละภาพดูหวานมาก ?
“เมย์ก็บอกเขานะว่าไม่อยากได้เลี่ยนๆ เดี๋ยวคนหมั่นไส้ เอาแบบเท่ห์ๆ ดีกว่า และก็ออกมาเป็นแบบที่เห็นเลย”

อย่างตอนนี้หลายคนเขาก็แซวว่าเป็นการซ้อมถ่ายพรีเวดดิ้งไปด้วยเลยหรือเปล่า ?
“ไม่ๆ (หัวเราะ)”

แต่ตอนนี้เราสองคนก็ยังคงหวานกันเหมือนเดิมเนอะ ?
“ตอนนี้กลับสู่โหมดปกติแล้วค่ะ คือต่างคนต่างก็แยกย้ายกันทำงานเจอกันน้อยลง ซึ่งปีที่แล้วคู่เราสองคนอาจจะมีความประหม่าเรื่องการออกไปไหนมาไหนค่อนข้างเยอะ แต่ว่าปีนี้เราถือว่าเราผ่านมาหมดแล้ว และทุกคนก็ยอมรับได้หมด ดังนั้นหลายๆ อย่างมันก็น่าจะเดินหน้าไปได้แบบสบายๆ”

เรียกว่าสบายใจมากขึ้นไหมสำหรับเราตอนนี้ ?
“ก็ปกติเลยค่ะ เหมือนคนที่เขามีแฟน”

การที่เจเขาไปทำงานห่างกันขนาดนี้ ตัวเราเองรู้สึกน้อยใจบ้างไหม ?
“ไม่เลยค่ะ เมย์เป็นคนที่ผลักดันสนับสนุนเขาด้วยซ้ำ เพราะเมย์อยากเห็นแฟนเมย์เก่งขึ้นเรื่อยๆ อยากให้เขามีพัฒนาการ และก็เป็นที่รักของทุกๆ คน เมย์อยากให้เขาไปให้ได้ไกลที่สุด”

ตอนนี้ตัวเราเองวางแผนไว้หรือยังว่าจะบินไปหาเขาเมื่อไหร่ ?
“ตอนนี้เขายังไม่ได้ไปนะคะ เขาเดินทางเดือนกรกฎาคมค่ะ แต่ที่เห็นว่าเขาไปครั้งล่าสุดคือแค่ไปงานแถลงข่าวเฉยๆ”

อย่างตอนนี้ใกล้ช่วงวาเลนไทน์แล้วคู่เรามีแพลนไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ?
“เขาน่าจะมีงานค่ะ คือเขาไม่มีเวลาว่างเลย สำหรับเมย์ เมย์หาได้นะเวลา แต่ของเขาคือหาได้ยากมาก เพราะถ้าหากเขาแข่งเราก็คงทำได้แค่ให้กำลังใจปกติ อย่างมากก็คือให้คนไปส่งดอกไม้แลกของกัน แต่ว่าไม่น่าจะมีนัดเจอแน่นอน เพราะถ้าหากแพลนแล้วเขาไม่ว่างเดี๋ยวก็จะหงุดหงิดเปล่าๆ”

รู้สึกยังไงบ้างที่คนมองว่าเราดูแลเจดีมากเลย ?
“ขอบคุณนะคะที่มีคนเห็นตรงนั้น เป็นกำลังใจให้เรามากเลย ขอบคุณนะคะ”

จริงๆ มีเรื่องไหนบ้างที่เราอาสาช่วยดูแลเขา ?
“ถ้าเป็นเรื่องคิวงานหรือเรื่องงานของเขาเมย์จะไม่ได้ยุ่งเลยค่ะ เพราะเมย์ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล ส่วนใหญ่จะเป็นการที่เขามาบอกเมย์วันต่อวันมากกว่าถ้าหากเกี่ยวกับฟุตบอล นอกจากนั้นแล้วเรื่องอื่นๆ ที่เมย์ได้มีโอกาสช่วยดูแลก็จะเป็นในส่วนของการแต่งตัว เพราะเมย์อยากให้เขาแต่งตัวหล่อๆ เท่ห์ๆ ตอนไปญี่ปุ่นเมย์อยากให้เขาใส่อะไรเขาก็ใส่”