ศธ.ติวเข้มครูอีสานแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบ

23 เม.ย.61- ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า

ศธ.ติวเข้มครูอีสานแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบ

23 เม.ย.61- ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานในการลงนามความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาในพื้นที่ 20 จังกวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมทั้งการเปิดกิจกรรมการปฎิรูปการศึกษา การปฎิรูปเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ ไทยแลนด์ 4.0 โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาจากทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 500 คน

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า แนวทางการปฎิรูปการศึกษาวันนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเน้นหนัก เพราะจัดเป็นการแก้ไขปัญหาการศึกษาทั้งระบบ ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เข้มข้นและเป็นไปตามความต้องของประชาชนอย่างแท้จริงเพื่อนำไปสู่แนวทางการบริหารจัดการการศึกษาในยุค 4.0

“จากการลงนามความร่วมมือครั้งนี้จะทำงานร่วมกันทันทีตามแผนการดำเนินงานระยะที่ 2 โดยจากเดิมมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 45 โรงเรียนในระยะนี้เพิ่มขึ้นอีก 150 โรงเรียน ทำให้การดำเนินงานดังกล่าวนี้จะมีโรงเรายนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 195 โรงเรียน ทั้งหมดจะเป็นไปตามแนวทางของ Smart Learning โดยมีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข.เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันกับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ โดยเน้นหนักไปที่ผู้เรียนจะต้องได้รับความรู้ในเนื้อหาของหลักสูตรในระดับชั้นเรียน เพื่อให้ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการการเรียนการสอนที่ส่งเสริมเรื่องการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อและเทคโนโลยี”teefeeds.com

รมว.ศธ.กล่าวว่า ในแนวทางการทำงานร่วมกันร่วมระหว่าง มข. กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ จะเน้นไปที่ 3 สาระวิชาหลัก ซึ่งประกอบด้วยสาระวิชาวิทยาศาสตร์,คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ โดยการดำเนินการในแต่ละสาขาวิชานั้นจะประกอบด้วย ชุดการเรียนรู้ ซึ่งอาจจะมีหนังสือเรียน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักเรียน สื่อการสอนสำหรับครู และ การนำนวัตรกรรมและเทคโนโลยีหรือแอพพลิเคชั่น ที่ผลิตขึ้นสำหรับครูและนักเรียนมาใช้ในการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังคงมีการจัดการเรียนรู้สำหรับครู และการจัดหลักสูตรและวิธีการอบรมครู โดยแผนการดำเนินการดังกล่าวนี้มีจุดเด่นคือมีมาตรฐานการเรียนรู้ที่สังเคราะห์มาจากสถาบันกำหนดมาตรฐานชั้นนำของโลกในประเทศไทย ซึ่งรวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และ สสวท.ด้วย.

นานาชาติ จ.ขอนแก่น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานในการลงนามความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาในพื้นที่ 20 จังกวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมทั้งการเปิดกิจกรรมการปฎิรูปการศึกษา การปฎิรูปเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ ไทยแลนด์ 4.0 โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาจากทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 500 คน

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า แนวทางการปฎิรูปการศึกษาวันนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเน้นหนัก เพราะจัดเป็นการแก้ไขปัญหาการศึกษาทั้งระบบ ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เข้มข้นและเป็นไปตามความต้องของประชาชนอย่างแท้จริงเพื่อนำไปสู่แนวทางการบริหารจัดการการศึกษาในยุค 4.0

“จากการลงนามความร่วมมือครั้งนี้จะทำงานร่วมกันทันทีตามแผนการดำเนินงานระยะที่ 2 โดยจากเดิมมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 45 โรงเรียนในระยะนี้เพิ่มขึ้นอีก 150 โรงเรียน ทำให้การดำเนินงานดังกล่าวนี้จะมีโรงเรายนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 195 โรงเรียน ทั้งหมดจะเป็นไปตามแนวทางของ Smart Learning โดยมีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข.เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันกับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ โดยเน้นหนักไปที่ผู้เรียนจะต้องได้รับความรู้ในเนื้อหาของหลักสูตรในระดับชั้นเรียน เพื่อให้ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการการเรียนการสอนที่ส่งเสริมเรื่องการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อและเทคโนโลยี”

รมว.ศธ.กล่าวว่า ในแนวทางการทำงานร่วมกันร่วมระหว่าง มข. กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ จะเน้นไปที่ 3 สาระวิชาหลัก ซึ่งประกอบด้วยสาระวิชาวิทยาศาสตร์,คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ โดยการดำเนินการในแต่ละสาขาวิชานั้นจะประกอบด้วย ชุดการเรียนรู้ ซึ่งอาจจะมีหนังสือเรียน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักเรียน สื่อการสอนสำหรับครู และ การนำนวัตรกรรมและเทคโนโลยีหรือแอพพลิเคชั่น ที่ผลิตขึ้นสำหรับครูและนักเรียนมาใช้ในการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังคงมีการจัดการเรียนรู้สำหรับครู และการจัดหลักสูตรและวิธีการอบรมครู โดยแผนการดำเนินการดังกล่าวนี้มีจุดเด่นคือมีมาตรฐานการเรียนรู้ที่สังเคราะห์มาจากสถาบันกำหนดมาตรฐานชั้นนำของโลกในประเทศไทย ซึ่งรวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และ สสวท.ด้วย.