ม.ขอนแก่น เร่งวิจัย “อลูมิเนียมไอออนแบตเตอรี” ปลอดภัยสูง ไม่ระเบิด ไม่ติดไฟ ราคาถูก

ม.ขอนแก่น ร่วมกับ สภาอุตฯ วิจัย “อลูมิเนียมไอออนแบตเตอรี” ราคาถูก ปลอดภัยสูง ไม่เกิดการระเบิด ไม่ติดไฟ อัดประจุได้รวดเร็วในไม่กี่วินาที มีความเสถียรสูง ให้กำลังไฟฟ้าสูง คาดใช้ต่อยอดในเชิงพาณิชย์

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีบูรณาการ ม.ขอนแก่น ได้ร่วมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน ดำเนินโครงการวิจัยแบตเตอรีชนิดอลูมิเนียมไอออนแบตเตอรี (Al-ion battery) เพื่อวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรม พัฒนาบุคลากรทางด้านวัสดุเพื่อพลังงานที่เป็นประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ให้กับประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในประเทศ ตลอดจนความร่วมมือในระดับนานาชาติ การประชุมครั้งนี้มีการเข้าไปหารือความเป็นไปได้ในการร่วมมือการทำวิจัยด้านแบตเตอรีชนิดดังกล่าวโดยภาคเอกชนได้ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังการหารือในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

“ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีศักยภาพความพร้อมทางด้านบุคลากรที่มีความสามารถและศักยภาพสูง มีองค์ความรู้ที่เพียงพอที่จะดำเนินการ อีกทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีบูรณาการ อยู่ในระหว่างการขอทุนสนับสนุนการวิจัย จากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในระยะที่ 3 ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินงาน 3 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 – 2564 คาดว่า จะสามารถร่วมกับเอกชนพัฒนา อลูมิเนียมไอออนแบตเตอรี (Al-ion battery) ได้สำเร็จแน่นอน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า แบตเตอรี่ชนิดอลูมิเนียมไอออนแบตเตอรี (Al-ion battery) มีข้อดีหลายประการ เช่น ธาตุอลูมิเนียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักมีจำนวนมากบนโลก และมีราคาที่ต่ำ ดังนั้น แบตเตอรีที่ผลิตได้จึงมีราคาถูก นอกจากนี้แล้ว แบตเตอรีชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงไม่เกิดการระเบิดและไม่ติดไฟ สามารถอัดประจุได้อย่างรวดเร็วในระดับไม่กี่วินาที มีความเสถียรสูงมากสามารถอัดและคายประจุได้มากกว่า 7,500 รอบ ให้กำลังไฟฟ้าสูงประมาณ 3,000 W/kg ซึ่งเทียบเท่ากับตัวเก็บประจุยิ่งยวด และยังสามารถให้ค่าความหนาแน่นพลังงานในระดับ 40 Wh/kg (M. -C. Lin et al., 2015) ด้วยข้อดีทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ ทำให้แบตเตอรีชนิด Al-ion มีความเป็นไปได้ที่จะนำไปใช้ในอนาคตและเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของโครงการวิจัยนี้