การศึกษาไทยร่วงโรย

การศึกษาไทยร่วงโรย

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังพูดถึงการศึกษาศตวรรษที่ 21 ซึ่งว่าด้วยการปลูกฝังทักษะความรู้เพื่อเตรียมพร้อมให้เยาวชนสามารถรับมือกับความท้าทายอันเกิดมาจากความซับซ้อนของสังคมและปัญหาใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน ระบบการศึกษาไทยยังคงประสบกับวิกฤติที่แก้ไม่ตก การวัดประเมินผลทางการศึกษาด้วยมาตรวัดต่างๆ พบว่านักเรียนไทยมีผลสัมฤทธิ์การเรียนต่ำ อยู่ในระดับรั้งท้ายของการจัดอันดับนานาชาติ อีกทั้งยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามโลกาภิวัตน์

การศึกษาไทยช่วงนี้ถือว่าอยู่ในภาวะถดถอยร่วงโรย หลังจากที่เคยเฟื่องฟูจนเกิดโรงเรียนเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชนมากมาย จนโรงเรียนรัฐทำท่าจะได้รับความนิยมน้อยลง แต่สถานการณ์วันนี้โรงเรียนเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน เริ่มทยอยปิดตัวหรือปลดครูปลดอาจารย์เพื่อความอยู่รอด

ทำให้อาชีพครูร่วงโรย แม้จะไม่เท่ากับอาชีพสื่อมวลชน แต่ก็มีผลกระทบไม่น้อย เพราะปรกติโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเอกชนก็อยู่ยากอยู่แล้ว ยิ่งเจอภาวะเศรษฐกิจที่ซึมมานาน โรงเรียน มหาวิทยาลัยก็เดือดร้อน ครูก็เดือดร้อน เงินเดือนก็ไม่ขึ้น จะเรียกร้องค่าใช้จ่ายอะไรก็ไม่ได้ จึงต้องปิดไปหลายแห่ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯทยอยปิดตัวไปแล้วหลายแห่ง

ใครอยู่ได้ถือว่าฐานะเข้มแข็งจริง ผู้บริหารสถาบันการศึกษาต้องเก่งและทำให้สถาบันมีประสิทธิภาพจริงๆถึงจะประคองไปได้ แต่ก็กระทบการพัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้า ให้มีประสิทธิภาพ ถ้าไม่พัฒนาให้สอดคล้องกับตลาดก็ไม่มีใครไปเรียน ก็ไม่รอด การศึกษาต้องตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานด้วย ไม่ใช่เรียนจบออกมาแล้วตกงานเป็นแสน

การบริหารการศึกษาบ้านเราผิดพลาดมาเป็นเวลาหลายปี จำเป็นต้องมีการปฏิรูป มีการปรับปรุง เมื่อก่อนเรียนอาชีวะ เรียนสาขาอาชีพไม่ได้รับความนิยม แต่ตอนนี้การศึกษาด้านอาชีพ ด้านอาชีวะกลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนักเรียนนักศึกษามีการทำวิจัยสารพัด ทำเครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นประโยชน์มากมาย อย่างเครื่องวัดทุเรียนแก่อ่อน ถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะทุเรียนมาแรง ชาวสวนก็ได้ คนขายก็ได้ เศรษฐกิจก็จะดีตาม

เราเคยมีคำพูดที่ว่า “เด็กฉลาด ชาติเจริญ” หมายถึงการศึกษาต้องทำให้เด็กฉลาด ประเทศชาติก็จะเจริญก้าวหน้า แต่ถ้าไม่ก้าวหน้า ไม่เข้มแข็ง เด็กก็ไม่ฉลาด ชาติก็ไม่เจริญ เราพูดตลอดว่าจะก้าวหน้าได้ด้วยการศึกษา แต่ก็ยังเป็นแค่คำพูด สอนกันไป แต่จริงๆการศึกษากลับตกต่ำจนต้องปิดโรงเรียน ปิดมหาวิทยาลัย โรงเรียนรัฐก็ยุบก็ลด นักเรียนก็ลำบาก เรียนไปก็เสียเปล่า จบมาก็ตกงาน สู้คนสมัยก่อนไม่ได้ อย่างคนจีนเขาเอาลูกไปฝากทำงานที่ร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีสูตรพิเศษอร่อย เด็กพวกนั้นก็จดจำ ครูพักลักจำ จนมาประกอบอาชีพจนร่ำรวยเลี้ยงตัวได้

เดี๋ยวนี้มีการศึกษานอกระบบ เรียนที่บ้านหรือโฮมสคูล แทนที่จะเรียนแค่ในห้องสี่เหลี่ยม การศึกษาทำได้หลายรูปแบบหลายอย่าง จึงต้องคิดต้องทำ รีบวางแผนให้เด็กฉลาดให้ได้ ชาติจะได้เจริญจริงๆ ก็ขอฝากว่าให้รีบทำ รีบแก้ไขกันเถอะ อย่าปล่อยให้ครูกินเงินเดือนไปวันๆ กระทรวงศึกษาธิการได้งบประมาณมากที่สุด แต่ผลที่ออกมาไม่ตอบสนอง ไม่เกิดประโยชน์ตามที่ต้องการ ต้องทำกันให้มันสุดซอย อย่าให้ถึงทางตันจนโรงเรียนต้องปิด อาชีพการงานก็ร่วงโรย เหมือนโกดักที่ต้องปิดตัว พนักงานเป็นพันเป็นหมื่น หากโรงเรียนเอกชนยังไปไม่รอด แล้วโรงเรียนวัดจะไปรอดหรือ