สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายก่อน “เรือใบล่ม”

ต้องบอกว่า “เละเทะ” คำเดียว สำหรับขุนพลเรือใบสีฟ้า “แมนฯ ซิตี้” ของ “เป็ป กวาร์ดิโอล่า” หลังจากถูกทีมจากเมืองลิเวอร์พูลอย่าง “เอฟเวอร์ตัน” ยิง 4-0 ซึ่งไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นกับความพ่ายแพ้ขนาดนี้ ส่งผลให้ทีมหลุดอันดับแชมเปี้ยนส์ ลีก หล่นไปอยู่อันดับ 5 ของตาราง

ทั้งๆที่เป้าหมายของทีมในฤดูกาลนี้คือ “แชมป์พรีเมียร์ลีก” เป็นหลัก ถ้าเล่นด้วยฟอร์มแบบนี้โดยเฉพาะ “เกมรับ” ที่เป็นปัญหาใหญ่ของทีมมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล จบ 6 อันดับแรกก็เก่งแล้ว เอาแค่ดูสถิติการเสียประตูเพียงอย่างเดียวก็รู้แล้วว่ารูรั่วของทีมอยู่ตรงไหน (เสียไป 26 ประตู มากกว่าทีมใหญ่ทุกทีม รวมทั้งทีมที่เป็นรองกว่าอย่าง “เอฟเวอร์ตัน” กับ “มิดเดิ้ลสโบรช์” ซะอีก)

ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะเปิด อาจจะมองว่าทีมโชคร้ายที่ต้องเสีย “แวงซ็องต์ กอมปานี” เซนเตอร์ตัวหลักที่เจ็บไม่รู้จักหาย และเหลือเซนเตอร์อาชีพแค่ 2 คนคือ “นิโกลัส โอตาเมนดี้” ที่อืดเป็นเรือเหลือ กับ “จอห์น สโตนส์” ที่เล่นบอลซื่อ… เหลือเกิน ยิ่งรายหลังถ้าบอกว่าซื้อมาเกือบ 50 ล้านปอนด์ คง “ฮา” ไส้แตก

ภาพของ “สโตนส์” เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ปราดเปรียวไม่เทอะทะเกินไป ยังติดตาอยู่เลยสมัยที่อยู่กับทีมเก่า “เอฟเวอร์ตัน” ที่ถูก “เจอร์เมน เดโฟ” กองหน้าวัย 33 ในตอนนั้นของ “ซันเดอร์แลนด์” หลอกหลังหักแบบไม่เป็นผู้เป็นคน

อย่างเกมล่าสุด ทั้ง 4 ประตูที่เสียไม่ได้มาจากจังหวะตั้งเตะหรือเซตพีซ แต่เป็นจังหวะทำเกมของขุนพลทอฟฟี่ทั้งหมดซึ่งนอกจาก “โอตาเมนดี้” กับ “สโตนส์” ที่มีส่วนรับผิดแล้ว นักเตะในเกมรับคนอื่นต้องร่วมด้วยช่วยกันด้วย อย่างลูกแรกที่เสีย เหตุมาจาก “กาแอล กลิชี่” ส่งบอลเสียให้คู่แข่ง พอถูกบุกมา “ยาย่า ตูเร่” ยืนห่างจาก “เควิน มิรัลลาส” คนรับบอลและส่งบอลต่อให้ “โรเมลู ลูคาคู” ยิง ซึ่ง “โอตาเมนดี้” ที่ยืนต่ำเกินไป หรือ “สโตนส์” คนที่ต้องประกบคนยิงก็ยืนห่างเกินไป

ลูกทีม 2 ที่เสียก็มาจากจังหวะเสียบอลของ “ตูเร่” ก่อนที่ถูกบุกกลับมา ซึ่งแนวรับของทีมทั้ง “สโตนส์” หรือคนอื่นก็ยืนห่างจาก “เควิน มิรัลลาส” คนรับบอลเลี้ยงเข้าไปยิงประตูมากเกินไป ซึ่งถ้ายืนห่างก็ควรจะเช็คล้ำหน้าแต่กลับยืนในระนาบเดียวกัน เรียกว่า “สมควรโดนยิง”

หรือลูกที่ 3 ทั้ง “ตูเร่” กับ “สโตนส์” เสียผู้เสียคนด้วยการถูก “ทอม เดวี่ส์” นักเตะวัยเพียง 18 ปี เลี้ยงบอลแหวกคู่มาจนเป็นเหตุให้เสียประตู ขณะที่ลูกที่ 4 “สโตนส์” เจ้าเดิมเคลียร์บอลแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปติด “เซมุส โคลแมน” บอลกระดอนไปเข้าทาง “ลูคาคู” ยิงเข้าไป

แน่นอนว่าหลังเกมนี้ “เป็ป” ต้องซื้อเซนเตอร์ฮาล์ฟเจ๋งๆเข้ามาในทีมอย่างน้อย 1 คน เพราะในบรรดาแนวรับที่มีอยู่ไม่มีใครพึ่งพาได้ซักคนเดียว มิเช่นนั้นฤดูกาลนี้น่าจะจบลงด้วยการไม่มีอะไรติดไม่ติดมือซักอย่าง และไม่ต้องไปคิดถึงฟุตบอลยุโรปด้วย ขนาดแนวรุกของทีมระดับกลางๆในลีกตัวเองยังเอาไม่อยู่เลย

เรื่องนี้ “เป็ป” ดื้อรั้นมามากพอแล้ว ตั้งแต่ช่วงก่อนตลาดนักเตะเปิดเมื่อปลายปีที่แล้วที่ยังยืนยันว่าจะไม่ซื้อแนวรับเพิ่ม แต่เห็นแบบนี้คงต้อง “เปลี่ยนใจ” นี่คือรูรั่วที่ใหญ่มากของขุนพลเรือใบสีฟ้าที่นับวันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเรือรั่วที่น้ำทะลักเข้ามาในเรือ จนเรือเริ่มจบเร็วขึ้นๆ

สุดท้ายเหลือเวลาอีก 10 กว่าวัน ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้าหนาว 1 เดือนจะปิด นี่คือ “สัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย” ของเรือใบสีฟ้าลำนี้จากแมนเชสเตอร์

ถ้ากัปตันเป็ปยังดื้อตาใสอีก จบฤดูกาลคงได้ “จม” ไปกับเรือแน่คราวนี้

ปฏิวัติวงการ! “ฟีฟ่า” เล็งเปลี่ยนกฎใหม่ ยกเลิกใบเหลือง, จุดโทษ, ล้ำหน้า!

มาร์โก ฟาน บาสเท่น ผอ.ฝ่ายเทคนิคของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติ (ฟีฟ่า) เผยเป็นนัยเตรียมยกเลิกกฎบางอย่างในฟุตบอล เช่น กฏการล้ำหน้า

รายงานระบุว่า ฟีฟ่าต้องการเห็นฟุตบอลที่เปิดเกมรุกเข้าใส่กันมากขึ้น จึงอยากยกเลิกกฎล้ำหน้า ขณะที่โทษใบเหลืองนั้นจะถูกปรับมาใช้ระบบฟาวล์ 5 ครั้ง เหมือนบาสเก็ตบอลแทน เนื่องจากไม่ต้องการให้ทั้งสองทีมเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันในกรณีมีนักเตะถูกไล่ออก

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณายกเลิกการยิงจุดโทษตัดสินเกมด้วย โดยจะให้นักเตะเลี้ยงบอลจากระยะ 25 หลา เข้ามาดวลกับผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามภายในเวลา 8 วินาทีแทน, ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเกมต้องเดินตลอดห้ามถ่วงเวลา, โทษแฮนด์บอลเบาลง,

ห้ามนักเตะโต้เถียงผู้ตัดสิน ยกเว้นกัปตันทีม, เพิ่มโควต้าเปลี่ยนตัวในกรณีมีการต่อเวลาพิเศษ นอกจากนี้ยังมีแผนลดจำนวนโปรแกรมการแข่งขันให้น้อยลงด้วย

“ฟุตบอลเริ่มเหมือนกีฬาแฮนด์บอลมากขึ้นทุกที โดยส่วนตัวผมอยากรู้เหมือนกันว่าฟุตบอลจะเป็นอย่างไรหากไม่มีกฎล้ำหน้า เกมคงเปิดเกมรุกใส่กันมากขึ้น กองหน้ามีโอกาสมากขึ้นและคงมีประตูกันมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่แฟนบอลต้องการเห็น”

“ใบเหลืองทำให้นักเตะกลัว มันยากมากนะในการเล่น 10 คน สู้กับ 11 คน ผมได้ไอเดียมาจากบาสเก็ตบอล นักเตะทำฟาวล์ได้เพียง 5 ครั้ง จากนั้นเขาต้องออกจากสนาม (โดยตัวสำรองคนอื่นลงมาแทนได้)” อดีตหัวหอกตำนานทีมชาติเนเธอร์แลนด์กล่าว

แก้มบุ๋ม วีนแตก! ป๊อก เทอาหารหมาให้กิน “ป่ากามเทพ“

เก็บไม่มิดซะแล้วสำหรับเลขาเมียน้อยสุดเซ็กซี่ของ “วิลลี่ แมคอินทอช” อย่าง “แก้มบุ๋ม ปรียาดา” ในโปรเจ็คต์เพลิงกฤษณาเรื่อง “ป่ากามเทพ” เพราะแก้มบุ๋มเธอบุกมาหาเรื่อง “ป๊อก ปิยธิดา” ภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของวิลลี่ถึงในบ้าน แถมยังเรียกร้องสิทธิ์เมียใหม่ โดยการให้ป๊อกเซ็นใบหย่ากับวิลลี่ พอป๊อกไม่ยอม แก้มบุ๋มจึงอาละวาดจนเกิดเรื่องบานปลาย
โดยฉากที่ว่านี้เป็นตอนที่ พุชชี่ (แก้มบุ๋ม) บุกไปอาละวาด รำพร (ป๊อก) ที่บ้าน พร้อมประกาศตัวว่าเป็นภรรยาอีกคนของ สดมภ์ (วิลลี่) และขอให้รำพรเซ็นใบหย่ากับสดมภ์ รำพรโกธรมากจึงไล่พุชชี่กลับ พุชชี่ไม่ยอมพยายามโวยวายอยู่ต่อ เคลีย (สายป่าน อภิญญา) จึงเข้าลากพุชชี่ออกไป
ทีมงานยกกองกันไปถ่ายที่บ้านย่านปากเกร็ด นนทบุรี โดยวันนี้แก้มบุ๋มมาในชุดเซ็กซี่สุดเปรี้ยวเตรียมเหวี่ยงเต็มที่ ส่วน ป๊อก กับ สายป่าน ก็พร้อมตั้งรับเหมือนกัน ก่อนถ่ายจริงผู้กำกับกู่ เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข ให้นักแสดงซ้อมคิวเพื่อดูมุมกล้องจะได้เห็นภาพที่สมจริง พอทุกฝ่ายพร้อมก็สั่งถ่ายจริงทันที เริ่มที่แก้มบุ๋มเดินเชิดๆ ตรงปรี่เข้าไปยังโต๊ะทานอาหารที่ป๊อกกำลังกินข้าวอยู่และขอนั่งทานข้าวด้วยในฐานะเมียอีกคนของวิลลี่

ป๊อกจึงแก้เผ็ดโดยการให้แม่บ้าน ไปยกอาหารมา แม่บ้านก็ไม่รีรอยกอาหารหมาถุงใหญ่ออกมาจากครัวและเทใส่จานตรงหน้าแก้มบุ๋ม ทำให้แก้มบุ๋มโมโหสุดขีด กรี๊ด เหวี่ยงวีน จะพุ่งเข้าไปตบป๊อก แต่ก็โดนสายป่านและแม่บ้านเข้ามาห้ามกันไม่ให้แก้มบุ๋มเข้าถึงตัวป๊อกได้ง่ายๆ ส่วนป๊อกก็ยืนยิ้มเยาะเย้ยใส่แก้มบุ๋มแบบสวยๆ ยิ่งทำให้แก้มบุ๋มโกรธหนักเข้าไปอีก พยายามดินร้นสุดพลังจะเข้าไปตบป๊อกให้ได้

แต่สายป่านและแม่บ้านก็ช่วยกันดึงแก้มบุ๋มออก ต่างคนต่างดึงกันไปมาสักพัก ผู้กำกับสั่งคัท เช็คเทป แก้มบุ๋มและสายป่านถึงกับหอบร้องขอน้ำแดงเติมพลังด่วนๆ เรียกว่าแรงดีกันทั้งคู่เพราะยิ่งเล่นยิ่งมันส์ค่ะงานนี้
ติดตามดูความสนุกสนานของฉากนี้ได้ในโปรเจ็ค เพลิงกฤษณา เรื่อง ป่ากามเทพ เวลาสองทุ่มตรงทางช่อง GMM25

พลาดไม่ได้กับแสงไฟสาดส่องหิมะสีขาวโพลนยามค่ำคืนที่หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ

หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ (Shirakawago) หมู่บ้านสไตล์กัสโชสึคุริ ที่หลังคาของตัวบ้านจะมุงฟางข้าวดูคล้ายการพนมมือ เปิดให้ชมความงามที่เต็มไปด้วยหิมะขาวปกคลุมทั่วหมู่บ้าน พร้อมทั้งเปิดไฟประดับแล้วในปีนี้ ซึ่งจะได้เห็นหมู่บ้านในวิวทิวทัศน์ที่งดงามในอีกบรรยากาศหนึ่งที่แตกต่างจากบรรยากาศในตอนกลางวัน

ตารางการจัดแสดงการประดับไฟ ปี 2017

ครั้งที่ 1 22 มกราคม 2017 ( วันอาทิตย์) เวลา 18.00 – 19.30 น.

ครั้งที่ 2 23 มกราคม 2017 ( วันจันทร์ ) เวลา 18.00 – 19.30 น.

ครั้งที่ 3 29 มกราคม 2017 ( วันอาทิตย์ ) เวลา 18.00 – 19.30 น.

ครั้งที่ 4 30 มกราคม 2017 ( วันจันทร์ ) เวลา 18.00 – 19.30 น.

ครั้งที่ 5 5 กุมภาพันธ์ 2017 ( วันอาทิตย์ ) เวลา 18.00 – 19.30 น.

ครั้งที่ 6 6 กุมภาพันธ์ 2017 ( วันจันทร์ ) เวลา 18.00 – 19.30 น.

ในช่วงแสดงไฟ จะไม่สามารถจอดรถส่วนตัวได้ที่จุดชมวิว ต้องจอดในจุดที่จอดรถที่ทางสถานที่จัดงานจัดไว้โดยเฉพาะ และเปลี่ยนไปนั่ง Shuttle Bus เพื่อเข้าไปในหมู่บ้านที่จัดแสดงการประดับไฟ

 

ป.รวบ ‘หมู วันพอยท์’ หลังทำร้ายหนุ่มรามฯสลบ

ตำรวจกองปราบ เข้าจับกุม “หมู วันพอยท์” หลังร่วมกับพวก รุมทำร้ายร่างกายนักศึกษารามสลบ เหตุเข้าใจผิดเรื่องแฟนสาว

สืบเนื่องจากคดีที่ นายธีรวัฒน์ อยู่คง หรือ หมู วันพอยท์ อายุ 32 ปี พร้อมพวก ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง น้องชายนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังและสามีของนางพินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร สลบคาที่

สาเหตุจากการเข้าใจผิดคิดว่า นายสรพันธ์ แอบรู้จักเชิงชู้สาวกับแฟนของหนึ่งในสมาชิกแก๊งวันพอยท์ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2550

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายธีรวัฒน์ได้ที่ร้านแห่งหนึ่ง ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายธีรวัฒน์ได้นัดหมายให้นายสรพันธ์ มาเจรจาที่ร้านแห่งหนึ่งสยามสแควร์ ซอย 5 เพื่อพูดคุยเจรจาเรื่องดังกล่าว เมื่อทั้งสองฝ่ายมาถึงร้านผู้ต้องหาและนายไปป์ ได้ชักชวนผู้เสียหายออกไปหน้าร้าน ก่อนที่จะรุมทำร้ายร่างกายจนผู้ต้องหาสลบและหลบหนีไป

สาวใหญ่บุกทำเนียบอ้างแจ้งข้อมูลบ่อนการพนัน

สาวใหญ่ บุกทำเนียบ อ้าง แจ้งข้อมูลบ่อนการพนัน พร้อมต่อว่าสื่อมวลชนลงพื้นที่สมุทรสาคร ชี้ แหล่งข่าวกดดัน อยากฆ่าตัวตาย

ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้าม สำนักงาน กพ. มี นางสาวจรินทร์ อายุ 51 ปี ชาวบ้านอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เดินทางมาร้องเรียน อยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก ทำให้ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และสื่อมวลชน ออกไปสอบถาม ซึ่งหญิงคนดังกล่าว กล่าวอ้างว่า วันนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องบ่อนการพนัน และก่อนหน้านี้ ได้มีการยื่นหนังสือหลายครั้งแล้ว พร้อมทั้งต่อว่าสื่อมวลชน ที่ลงพื้นที่ทำข่าวที่จังหวัดสมุทรสาคร จนทำให้แหล่งข่าวกดดัน จนฆ่าตัวตายไปแล้ว เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่ขอเปิดเผยข้อมูล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองร้อยน้ำหวาน และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กพ. เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับหญิงคนดังกล่าว ก่อนแยกย้ายกลับ

แชมป์เก่าก็จัดหนัก! “กิเลนผยอง” เปิดตัวบู๊ซีซั่น 2017 พร้อม 3 ชุดแข่งใหม่

เอสซีจี เมืองทองฯ เปิดตัวสโมสรฯ 2017 สุดยิ่งใหญ่ ขุมกำลังซูเปอร์สตาร์เต็มทัพ ทุ่มงบทะลุ 400 ล้าน พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จฤดูกาลใหม่

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำการแถลงข่าวเปิดตัวสโมสร ในฤดูกาลใหม่ 2017 อย่างเป็นทางการ ภายใต้เคมเปญยักษ์ “WAR OF HEROES” เดินหน้าสานต่อความสำเร็จสู่สโมสรต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่สโมสรชั้นนำของเอเชียในอนาคต เปิดตัวขุมกำลังผู้เล่นระดับท็อปทั้งไทย และต่างชาติ ที่จะลงทำศึกฤดูกาลใหม่ พร้อมไฮไลท์สำคัญยลโฉมชุดแข่งขันใหม่ทั้งเหย้า – เยือน วางจำหน่ายให้แฟนได้จับจองล่วงหน้าทันที

เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 14.00 น. ณ สนามหญ้าเทียม สิงห์ฟุตบอล ปาร์ค ภายในสนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี สโมสรยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของไทย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้จัดแถลงข่าวใหญ่เปิดตัวสโมสรอย่างเป็นทางการ พร้อมผู้เล่น-ทีมงาน และชุดแข่งขันคอเล็กชั่นใหม่ พร้อมเป้าหมายในการแข่งขันฤดูกาล 2017 โดยมีทางด้านนายพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ เป็นประธานงานแถลงข่าว ท่ามกลางแฟนบอลและกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

เอสซีจี เมืองทองฯ เปิดตัวสโมสรฯ 2017 สุดยิ่งใหญ่ ขุมกำลังซูเปอร์สตาร์เต็มทัพ ทุ่มงบทะลุ 400 ล้าน พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จฤดูกาลใหม่

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำการแถลงข่าวเปิดตัวสโมสร ในฤดูกาลใหม่ 2017 อย่างเป็นทางการ ภายใต้เคมเปญยักษ์ “WAR OF HEROES” เดินหน้าสานต่อความสำเร็จสู่สโมสรต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่สโมสรชั้นนำของเอเชียในอนาคต เปิดตัวขุมกำลังผู้เล่นระดับท็อปทั้งไทย และต่างชาติ ที่จะลงทำศึกฤดูกาลใหม่ พร้อมไฮไลท์สำคัญยลโฉมชุดแข่งขันใหม่ทั้งเหย้า – เยือน วางจำหน่ายให้แฟนได้จับจองล่วงหน้าทันที

เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 14.00 น. ณ สนามหญ้าเทียม สิงห์ฟุตบอล ปาร์ค ภายในสนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี สโมสรยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของไทย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้จัดแถลงข่าวใหญ่เปิดตัวสโมสรอย่างเป็นทางการ พร้อมผู้เล่น-ทีมงาน และชุดแข่งขันคอเล็กชั่นใหม่ พร้อมเป้าหมายในการแข่งขันฤดูกาล 2017 โดยมีทางด้านนายพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ เป็นประธานงานแถลงข่าว ท่ามกลางแฟนบอลและกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรฯ เผยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “ก็ต้องขอบคุณสปอนเซอร์รายต่างๆของทีม ที่ยังให้การสนับสนุนทีมเป็นอย่างดีในฤดูกาลใหม่นี้ ซึ่งหนึ่งในหน้าที่ที่ผมมอบให้ทีมนอกเหนือจากมอบความสุขให้แฟนบอลแล้ว คือต้องมอบความสำเร็จให้ผุ้สนับสนุนในการที่ช่วยเหลือเราเป็นอย่างดีเสมอมา นอกจากนี้ปรัชญาการทำทีมนอกจากต้องชนะในสนามแล้ว ยังต้องเป็นทีมที่ชนะนอกสนามแบบสุภาพบุรุษ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงการฟุตบอลไทย ไปสู่หัวแถวของเอเชียให้ได้อย่างยั่งยืน”

“สำหรับเคมเปญฤดูกาลนี้ที่ใช้ WAR OF HEROES ทางสโมสรฯ ต้องการสื่อความหมายเกี่ยวกับ ผู้เล่นที่มีอยู่ของเราชุดปัจจุบัน ที่มีผู้เล่นติดทีมชาติถึง 10 รายด้วยกัน ก็เปรียบเหมือนพวกเขาเป็นฮีโร่ของแฟนบอลไทยทุกคน รวมไปถึงปีนี้เราได้มีโอกาสไปเล่น ในฟุตบอลถ้วยใหญ่เอเชีย อย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งแน่นอนว่าทีมของเราจะต้องไปทำผลให้ดีที่สุด เพื่อชื่อเสียงของวงการฟุตบอลไทย”

เมื่อ “ไก่” เปลี่ยนไป…

แม้จะไม่ใช่สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” พันธุ์แท้ ที่เป็นแฟนบอลต้นตำรับจากเมืองผู้ดีที่รู้ไส้รู้พุงถึงความเกลียดชังต่อคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แบบเข้ากระดูกดำ

ทว่าตลอดเวลาที่ตามเชียร์ทีมรัก พูดตรงๆเรื่องแบบนี้มันก็ค่อยๆซึมซับเข้าสู่ความรู้สึก ได้อ่านมากๆ ได้เสพเยอะๆ จนอารมณ์คล้อยตามถึงขนาด “แพ้ใคร แพ้ได้ แต่ต้องไม่แพ้ สเปอร์ส”

แม้ที่ผ่านมาตั้งแต่ อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีม อาร์เซนอล จะไม่เคยทำอันดับต่ำกว่าเลย ทว่าในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังสุด ก็ต้องบอกว่ามี “หวาดเสียว” ก็ไม่น้อย โดยเฉพาะซีซั่นก่อนที่ “ไก่เดือยทอง” มาเหี่ยวปลายไปเอง

ขณะที่ฤดูกาลนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่แฟนบอล “ปืนใหญ่” ต้องลุ้นกันเหนื่อย ไม่ใช่แค่อันดับในตารางที่ยังสูสี ทว่าผลงานของ สเปอร์ส ยิ่งเล่นก็ยิ่งดี นับถึงตอนนี้พวกเขามีสมดุลที่ดีกว่าแบบเห็นได้ชัด

ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อาจจะแกว่งไปบ้าง ตอนที่ต้องสับทีมเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงกลางสัปดาห์ เคยไม่ชนะใครในทุกรายการนานถึง 7 เกมติดต่อกัน

ทว่าพอตกรอบเหมือนจะดึงสติกลับมา พอกลับมาเน้นในลีกแบบเต็มๆอีกครั้ง ฟอร์มเก่งก็ค่อยๆกลับมา ที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะหลังการแพ้ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือน สเปอร์ส ได้เจอจุดเปลี่ยน

ไม่รู้ว่าเจตนาเลียนแบบกันหรือไม่ ทว่าระบบ 3-4-3 ที่ เชลซี เป็นคนบุกเบิกจนได้ดิบได้ดี พอ “ไก่เดือยทอง” เอามาประยุกต์ใช้บ้าง มันกลับได้ผลชนิดดีเกินคาด

พูดแบบไม่เกรงใจแฟน “สิงห์บลูส์” หากวัดกันที่เกมนัดเดียว ต้องบอกว่า สเปอร์ส ทำได้กลมกล่อมกว่าด้วยซ้ำไป เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายหยุดสถิติชนะรวดในลีก 13 เกมติดต่อกันของ เชลซี ได้

ที่ผ่านมา โปเช็ตติโน่ เล่นในระบบกระแสของยุคนี้อย่าง 4-2-3-1 ซึ่งจริงๆแล้วก็เหมาะสมและทำได้ดี ทว่ามันก็ยังมีผู้เล่นในบางตำแหน่งที่ยังไม่ค่อยลงตัว โดยเฉพาะผู้เล่นในตำแหน่งปีก

เอริค ลาเมล่า ก็บาดเจ็บ มุสซ่า เดมเบเล่ ก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ซอน เฮือง มิน ฟอร์มผีเข้าผีออก ครั้นจะจับทั้ง เดเล่ อัลลี่ และ คริสเตียน เอริคเซ่น ออกไปเล่นก็ดูจะใช้ประโยชน์จากทั้งคู่ได้ไม่เต็มที่

แต่ในระบบใหม่ เรียกแบบอินเตอร์ๆว่า “ดับเบิ้ลเพลย์เมกเกอร์” ด้วยการให้ เอริคเซ่น และ อัลลี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหลังกองหน้าตัวเป้า แฮร์รี่ เคน ต้องบอกว่าลงตัวมากๆ

ทั้งคู่มีอิสระเต็มที่ในการเคลื่อนเกม วิ่งสลับไปมาได้ทั่วสนาม ซึ่งผลงาน 5 ประตู 8 แอสซิสต์ของดาวเตะโคนม และ 10 ประตู 2 แอสซิสต์ของแข้งวัย 20 ปี ก็ยืนยันได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ เคน ไม่ต้องอธิบายให้มากความ เขาคือกองหน้าเบอร์ต้นๆของพรีเมียร์ลีก โดยซีซั่นนี้ดูจะเครื่องร้อนเร็วกว่าปกติด้วยซ้ำ หลังยิงไปแล้วถึง 13 ประตูทั้งๆที่ลงสนามเพียงแค่ 16 เกมเท่านั้น

อัตราเฉลี่ยการซัลโวของกองหน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษ อยู่ที่ 0.86 ต่อนัด ซึ่งดีกว่าฤดูกาล 2014-15 (0.73) และ 2015-16 (0.67) เสียอีก

การย้ายเข้ามาของ วิคเตอร์ วานยาม่า แน่นอนว่าช่วยเสริมแกร่งให้กับแดนกลางได้เป็นอย่างดี ทว่าก็สร้างปัญหาให้ โปเช็ตติโน่ เหมือนกัน เพราะหากยึดระบบเดิมจะไม่มีที่ว่างให้กับ เอริค ไดเออร์

แต่ด้วยความอเนกประสงค์ของ ไดเออร์ ที่พื้นฐานเคยเล่นกองหลังมาก่อน พอปรับมาเล่นแนวรับ 3 คน เจ้าตัวก็ผสานงานร่วมกับ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ แยน แฟร์ทองเก้น ได้อย่างลงตัว
จุดสำคัญที่ทำให้ 3-4-3 หรือ 3-4-2-1 กลายเป็นระบบที่เวิร์กมากๆสำหรับ สเปอร์ส ก็เป็นเพราะพวกเขามีฟูลแบ็กชั้นดีอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ แดนนี่ โรส ที่เล่นเกมรับก็ดี เกมรุกก็เยี่ยม ที่ดูมาหลายๆนัดแทบจะลืม “ปีก” อาชีพไปได้เลย

ช่วงหนึ่งที่ระบบหลัง 3 คนหายไปจากวงการลูกหนัง ก็เป็นเพราะขาดฟูลแบ็กเทพๆ มาประดับวงการ หมด คาฟู และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ก็หาคนปอดเหล็ก และเล่นได้อย่างมีสมดุลได้ยาก

เชลซี โชคดีมากๆที่ วิคเตอร์ โมเซส สามารถแจ้งเกิดในตำแหน่งใหม่ ขณะที่ มาร์กอส อลอนโซ่ ก็เป็นดีลแจ็กพอตที่เล่นได้ดีเกินความคาดหมายไปเยอะ

เอฟเวอร์ตัน เป็นอีกทีมที่พยายามปรับมาเล่นในระบบนี้ ซึ่งแม้ที่ผ่านมาจะดีบ้าง แย่บ้าง แต่การที่พวกเขามีของดีอย่าง ซีมุส โคลแมน และ เลห์ตัน เบนส์ ก็น่าลุ้นเหมือนกันหากจูนตำแหน่งอื่นๆได้ลงตัว

ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้น วลีอมตะที่พูดเมื่อใดก็มักจะจริงเสมอ เชลซี ในวันที่แพ้ อาร์เซนอล ผลบอลย้อนหลัง 0-3 ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเดินมาไกลถึงขั้นชนะรวดในลีก 13 ครั้งและนั่งเป็นจ่าฝูงอยู่ในเวลานี้

สเปอร์ส ก็เฉกเช่นเดียวกัน ตอนนี้พวกเขาชนะในลีกมาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน บางทีสถิติใหม่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ในฤดูกาลเดียว

งานนี้บอกเลยในฐานะ “เดอะ กันเนอร์ส” รู้สึกหวั่นใจจริงๆ ก็หวังแค่ว่าในสุดสัปดาห์นี้ แมนฯ ซิตี้ จะเป็นเรือใบลำใหญ่ที่จะขวางความแรงของทัพไก่เดือยทอง

แต่เห็นหน้า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ช่วงนี้ ราศีไม่จับเหมือนต้นฤดูกาล ไม่รู้เหมือนกันว่าจะ “พึ่ง” ได้สักแค่ไหน

ยลโฉม!! เมษา แฟน นิว ชัยพล สวย เก่ง ไลฟ์สไตล์ตรงกัน

ก่อนหน้านี้ถูกจับตาหนักมาก ถึงเรื่องของสถานะหัวใจกับสาวสวยดีกรีผู้ประกาศข่าวช่องดัง “เมษา กิตติมา” ว่าสรุปแล้วใช่หวานใจตัวจริงหรือเปล่า? ล่าสุดนักแสดงหนุ่มหุ่นล่ำครบเครื่องในทุกด้านอย่าง “นิว ชัยพล พูพาร์ต” ก็ได้ถือโอกาสออกมาไขข้อข้องใจให้เราฟังแล้วว่า ความสัมพันธ์ของเจ้าตัวกับสาวเมษาคือคนที่กำลังพูดคุยศึกษากันอยู่จริง แต่ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนกันมานานมากแล้ว

ส่วนที่หลายคนอาจจะอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าพอเปิดตัวแบบนี้จะทำให้กระแสความฮอตดรอปลงหรือเปล่า หนุ่มนิวเขาก็ได้ยืนยันกับเราว่า ปกติตนจะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงอยากทำทุกอย่างให้เหมือนปกติที่สุด!!!

ความสัมพันธ์กับเมษาตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“เรื่อยๆ ครับ ไม่ได้อะไร แต่ก็มีเพื่อนหลายคนส่งข้อความมาถามเหมือนกันว่าเปิดตัวเหรอ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้อะไรนะครับ เพราะผมเองก็เคยบอกมานานแล้วว่าถ้าหากมีอะไรผมก็คงที่จะไม่ได้เปิดหรือไม่ได้ปิดมากกว่า ใช้ชีวิตปกติธรรมดาเลย”

แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาก็เหมือนว่าจะมีภาพออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ?
“ก็…ดีนะ ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร เวลามีคนเข้ามาแซวก็เขินบ้างเหมือนกัน (ยิ้ม)”

ฝ่ายหญิงเขาว่ายังไงบ้างเราเปิดตัวขนาดนี้ ?
“คือเราสองคนเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน เคยรู้จักกันมาก่อน รู้จักกันมานานมากๆ แล้ว และก็อย่างที่บอกครับเราไม่ได้เปิดและก็ไม่ได้ปิด เวลาเราไปไหนมาไหนเราก็ไปด้วยกันปกติเหมือนคนทั่วๆ ไปเลยครับ”

เราสองคนสนิทกันมานานแค่ไหนแล้ว ?
“รู้จักกันประมาณ 7 ปีแล้วครับ แต่ตอนนั้นยังเป็นเพื่อนกัน ส่วนที่เริ่มจะมาคุยกันจริงๆ จังๆ ก็คือเมื่อสักพักที่นี่เอง”

ใช้คำว่าหวานได้ไหมสำหรับคู่เราพอได้ขยันสถานะแล้ว ?
“ปกติเลยนะ เพราะผมไม่ใช่คนที่หวานอยู่แล้ว ผมก็ใช้ชีวิตของผมปกติเลย ไปไหนมาไหนปกติ หากจะมีภาพมีอะไรออกมาให้เห็นก็คือเรื่องปกติเลย ผมไม่เคยห้ามอยู่แล้ว ใครจะทำอะไรก็แล้วแต่เลยครับ”

แฟนคลับว่ายังไงบ้างสำหรับคู่ของเรา ?
“ก็มีคนเข้ามาแซวๆ บ้างครับ ทั้งแบบตลก และก็แบบขำๆ ซึ่งผมก็เข้าไปคอมเม้นท์ตอบเขาด้วยเหมือนกันนะ (ยิ้ม)”

ตอนที่เป็นข่าวออกมาเรารู้ได้ยังไง ใครเป็นคนมาบอก ?
“ผมรู้ข่าวตอนที่อยู่เมืองนอกด้วยนะครับ เขาเป็นคนส่งข่าวมาให้ดู ผมรู้ข่าวทีหลัง ซึ่งตอนที่เขาส่งมาให้อ่านเขาก็ส่งมาแบบขำๆ”

มีกระแสแอนตี้จากแฟนๆ ออกมาให้เห็นบ้างหรือยังในโลกโซเชียลฯ ?
“ถ้าส่วนตัวผม ผมยังไม่เห็นนะครับ แต่จะเห็นเป็นข่าวมากกว่า เช่นข่าวเปิดตัว หรือภาพที่ถ่ายตอนอยู่บนเชียงดาว”

กลัวไหมว่าพอเราเปิดตัวแบบนี้จะทำให้กระแสเราดรอปลง ?
“ไม่กลัวนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าผมทำงานในวงการมาได้ 8 ปีแล้ว และผมก็พยายามแยกส่วนมาตลอด คือให้เรื่องส่วนตัวกับเรื่องของงานมันไปกันคนละทางอย่างชัดเจน การทำงานก็ทำให้เต็มที่ ส่วนชีวิตก็ใช้ชีวิตแบบคนปกติ”

เราได้ถามฟีดแบคจากฝ่ายหญิงบ้างไหมว่าพอเปิดตัวไปเขาเจอฟีดแบคยังไงบ้าง ?
“ยังไม่ได้ถามเขาเลยเหมือนกันครับ ไม่เคยถามเขาเลย เอาไว้เจอเขาครั้งหน้าลองถามดูได้นะครับ”

ได้มีโอกาสเจอกับครอบครัวของทั้งสองฝ่ายบ้างแล้วหรือยัง ?
“เคยเจอกับแล้วครับ เพราะอย่างที่ผมบอกคือเราเป็นเพื่อนกันมาก่อน ดังนั้นการเจอผู้ใหญ่คือเราเคยเจอกันมานานแล้ว มันก็เลยไม่ได้มีอะไรพิเศษ เป็นการเจอแบบปกติเลย”

แปม ไกอา หน้ากากโพนี่ เข้าใจได้หากคนจะใช้คำว่า ไม่รู้จัก?

ออกมาเจอสื่อเป็นครั้งแรก หลังจากที่เจอกับกระแสวิจารณ์หนักมากทั้งแง่บวกและแง่ลบ สำหรับ “แปม ศิรภัสรา สินตระการผล” หรือ “แปม ไกอา” เจ้าของหน้ากากโพนี่ จากเวทีดัง The Mask Singer Thailand งานนี้บรรดาสื่อก็เลยต้องขอเข้าไปจ่อไมค์ถามเจ้าตัวสักหน่อยว่ารู้สึกยังไงบ้างกับกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงประโยคเด็ดที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่รู้จัก” ในวันที่เธอถอดหน้ากาก!!!

ซึ่งงานนี้นอกจากสาวแปมจะเปิดใจถึงกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว ในส่วนของความรักกุ๊กกิ๊กระหว่างเจ้าตัวกับนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “เพชร เผ่าเพชร เจริญสุข” สาวแปมก็ยังเผยด้วยว่า ตอนนี้ความสัมพันธ์ทุกอย่างราบรื่นดี แต่ที่ไม่ค่อยโพสต์ภาพถ่ายคู่กันก็เป็นเพราะว่าต่างคนต่างก็มีสไตล์ของตัวเอง…

กระแสที่เข้ามาสำหรับตัวเราเองตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“กระแสดีมากๆ เลยค่ะ มีคนเข้ามาให้กำลังใจเยอะมากๆ”

รู้สึกยังไงบ้างตอนที่เปิดหน้ากากออกมาแล้วคนในห้องส่งงง ?
“อย่าว่าแต่คนอื่นงงเลยค่ะ ตัวหนูเองก็งงว่าหนูไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ หนูเองก็พอจะทราบอยู่แล้วนะว่าจะต้องมีคนที่เขาไม่รู้จักเรา เพราะวงไกอาไม่ได้มีชื่อเสียงมาก และอาจมีวงคนฟังไม่ได้กว้างนัก ดังนั้นมันก็เลยน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คนรู้จักเราน้อย”

จริงๆ เรารู้สึกเสียเซลฟ์ไหมที่คนสงสัยว่าใครคือ แปม ไกอา ?
“มีคนเป็นห่วงหนูเยอะมากเลยค่ะ บางคนก็โทรมา บางคนก็ส่งข้อความมา แต่หนูอยากจะบอกทุกคนเลยนะว่าหนูไม่เป็นไร หนูโอเคมาก หนูเข้าใจดี และอีกอย่างมันก็เป็นเรื่องธรรมดาด้วย เพราะเราเองก็คงไม่ได้รู้จักศิลปินทุกคนในบ้านเราอยู่แล้ว และหนูบอกได้เลยว่า สำหรับตัวหนูเองมันกลับเป็นความรู้สึกดีใจซะมากกว่า ที่มีคนเข้ามาให้กำลังใจและยินดีที่ได้รู้จักเรามากขนาดนี้ แฮปปี้ค่ะ”

นอยด์ไหมเพราะเอาจริงๆ เราเองก็โดนกระแสเยอะเหมือนกัน ?
“ถ้าเรื่องที่คนไม่รู้จักอันนี้หนูไม่นอยด์เลยนะ แต่เวลามีคนถามขึ้นมาว่า มาทำไม เอามาทำไม ไม่รู้จักทำไมถึงเอามา อันนี้ก็จะมีบ้างเหมือนกันที่นอยด์นิดหนึ่ง แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะเข้าใจ”

เราให้กำลังใจตัวเองยังไงบ้างกับกระแสที่เกิดขึ้นซึ่งบางอย่างเราอาจจะไม่โอเค ?
“ก็…เลือกอ่านคอมเม้นท์ที่ดีมากกว่าค่ะ เพราะอย่างที่ทราบเนอะตัวหนูเองก็เป็นคนที่ชอบร้องเพลง และที่เข้าวงการมาก็เพราะว่าอยากเป็นนักร้อง ดังนั้นถ้าหากมีคนอยากจะฟังหนูร้องเพลงต่อ หนูก็ดีใจมากแล้ว”

นอกจากจะมีดราม่าแล้ว แต่ในอีกมุมเราก็เหมือนว่าจะดังขึ้นถึงขนาดมีคนตาม IG เพิ่มเป็นหลักหมื่นเลย ?
“ต้องขอบคุณทุกคนมากค่ะที่ชอบโพนี่ (ยิ้ม) แต่ถามว่ามีคนตามไอจีมากขึ้นขนาดไหน ก็ เอ่อ…น่าจะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 50,000 คน”

ด้วยกระแสที่มันมาเร็วแบบนี้ทำให้ตัวเราเองมีงานเพิ่มขึ้นตามด้วยไหม ?
“ยังเรื่อยๆ อยู่นะคะ ไม่ได้หวือหวาอะไร แถมที่สำคัญตอนนี้หนูเองก็มีโปรเจคละครเวทีที่ต้องซ้อมด้วย”

ทางค่ายมีวี่แววไหมว่าจะดันเราเป็นพิเศษหรือให้ออกผลงานเดี่ยวไปเลย ?
“ยังไม่มีค่ะ ตอนนี้ยังปกติ ยังเรื่อยๆ อยู่”

อย่างบางกระแสที่ออกมาวิจารณ์ประมาณว่าการที่ค่ายทำแบบนี้เหมือนเขาฆ่าเราทางอ้อม เรารู้สึกยังไงบ้าง ?
“หนูมองว่ามันเป็นเรื่องของการให้โอกาสมากกว่า เพราะทุกๆ คนที่ได้มารายการนี้คือทุกคนได้โอกาสจริงๆ ซึ่งในส่วนของหนู หนูก็ถือว่ามันเป็นโอกาสที่ดีและก็เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากๆ เลยค่ะ”

พี่เพชรให้กำลังใจหรือมีความเห็นว่ายังไงบ้างไหมกับกระแสที่เกิดขึ้น ?
“นางก็ตกใจค่ะ แต่นางก็แฮปปี้กับเรา (หัวเราะ)”

หนุ่มๆ ชอบเรามากขึ้นแบบนี้ พี่เพชรเขาจะหวงไหม ?
“ไม่ค่ะ พี่เพชรไม่ได้อะไรเลย ความรักตอนนี้ก็ปกติดีแฮปปี้ แต่ลงรูปไม่บ่อย เอาจริงๆ ปกติก็ไม่ได้ลงอยู่แล้วนะ เพราะว่าต่างคนต่างก็เน้นลงรูปตัวเองมากกว่า”