แก้แค้นอย่างสาสม! “กำปั้นเจ้าถิ่น” โดนเตะของลับก่อนลุกเอาคืน

ทาเครุ เซกาว่า กำปั้นแดนปลาดิบ ขึ้นสังเวียนพบกับ วิคเตอร์ ซาราเวีย นักชกจากสหรัฐฯ ในการแข่งขันชกมวย K-1 รุ่น เฟเธอร์เวท เมื่อวันเสาร์ที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา

เกมการชกช่วงสองยกแรกเป็นไปอย่างสนุก แต่แล้วในช่วงยก 3 การแข่งขันต้องหยุดลงชั่วคราวเมื่อ กำปั้นมะกัน เตะกลับหลังไปโดนกล่องดวงใจของนักชกเจ้าถิ่นจนจุก

ทำให้เจ้าตัวถึงกับทรุดลงไปอ๊วกที่มุมเวที ก่อนที่พี่เลี้ยงและทีมงานจะต้องมาช่วยทำให้อาการดีขึ้น ซึ่งพอเหตุการณ์ผ่านไป นักมวยทั้งคู่ก็กลับมาชกกันต่อ

ทาเครุ เซกาว่า ที่เหมือนจะแค้นเป็นทุนเดิมที่โดนเตะของลับ จึงเดินหน้าแบบบ้าระห่ำไล่สาดแข้งออกหมัดใส่คู่ต่อสู้ก่อนเป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในท้ายที่สุด

คล็อปป์ เตรียมโยก มิลเนอร์ กลับตำแหน่ง ด้วยการเสริมแบ็คซ้าย ฮัลล์ หลังจบฤดูกาลนี้

สื่อผู้ดี อังกฤษ รายงานว่าสโมสรจาก เมอร์ซีย์ไซด์ อย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้เตรียมกลับมาพิจารณาดีลข้อ แอนดรูว โรเบิร์ตสัน อีกครั้ง โดยหมายหมั้นปั้นมือว่าจะถึงตัวมาร่วมทีมให้ได้หลังจากจบฤดูกาลนี้

คล็อปป์ เคยให้ความสนใจแบ็คซ้ายชาว สก็อตแลนด์ รายนี้ตั้งแต่ช่วงตลาดหน้าร้อนที่ผ่านมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เพราะในเวลานั้น ฮัลล์ ซิตี้ เองก็ค่อนข้างปลอดภัยต่อการตกชั้น

แต่หากลองมาพิจารณากันในเวลานี้ ความเป็นไปได้ที่ เดอะ ไทเกอร์ส เสี่ยงจะตกชั้นก็มีสูงเช่นกัน หลังจากมีแต้มเหนือโซนอันตรายอยู่แค่ 2 คะแนนเพียงเท่านั้น

นี่จึงอาจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล จะได้นำตัวแบ็ครายดังกล่าวมาเสริมทีมและเล่นแทนในตำแหน่งที่ เจมส์ มิลเนอร์ ลงเล่นในปัจจุบัน เพื่อดันให้กับไปยังจุดที่ถนัดของเขา โดยมีการตั้งค่าหัวของ โรเบิร์ตสัน อยู่ที่ประมาณ 8 ล้านปอนด์

ด้วยประการทั้งปวง ! ไดซ์ รับ ผีแดง เหนือกว่าทุกด้านทำพ่าย 2-0

ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลีย์ ยังคงมองโลกในแง่บวกและพึงพอใจต่อทัศนคติของลูกทีมเกมแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ที่ผ่านมา

โดยเกมนี้ เดอะ คลาเร็ท เสียสองประตูที่ง่ายเกินไปในมุมมองกุนซือวัย 45 ตั้งแต่ครึ่งแรกจากการซัลโวของ อองโธนี มาร์กชิยาล และ เวย์น รูนีย์ ทำให้ยังคงมีโอกาสตกชั้นอยู่

“พวกเขาแข็งแกร่งมากๆ ทั้งเรื่องแท็คติก, เทคนิค พร้อมความเชี่ยวชาญในเกม” ไดซ์ กล่าว “แต่พวกเขาก็ยิง 2 ประตูได้จากจังหวะที่ง่ายเกินไปในมุมมองของเรา”

“แม้เราจะต้องสะดุดแต่ผมก็ยังพอใจทัศนคติของทีมตอนครึ่งหลังในการเล่นกับทีมระดับท็อปที่พวกเขาสามารถปิดเกมได้อย่างรวดเร็ว”

“นี่คือความจริงในการเจอกับทีมที่เหนือกว่าแล้วเราไม่สามารถดันตัวเองขึ้นไปเหนือกว่าพวกเขาได้”

“แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็จบแล้วและเราก็จะพยายามต่อสู้ต่อไปเพื่อไต่อันดับให้สูงสุดซึ่งคงไม่มีใครรู้หรอกว่ามันจะอยู่ที่ตรงไหน”

นอนยัน! เวนเกอร์ ลั่น ชายเล็ก อยู่กับ ปืนใหญ่ ต่อในซีซั่นหน้าแน่นอน

อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล ยืนยันว่า อเล็กซิส ซานเชซ สตาร์ตัวกลั่นของสโมสรจะอยู่ในถิ่น เอมิเรตต์ สเตเดียม ฤดูกาลหน้า

โดยหัวหอกทีมชาติชิลี มีข่าวอย่างหนักว่ากำลังจะออกจาก ปืนใหญ่ หลังจบฤดูกาลเพราะผลงานของทีมอันย่ำแย่ในช่วงหลังๆ โดยมีสโมสรเช่น เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมอ้าแขนรับ

“เขาจะอยู่ที่นี่ในปีหน้าเพราะยังมีสัญญาเหลือกับสโมสรและหวังว่าที่สุดแล้วมันจะสามารถต่อออกไปได้” เวนเกอร์ กล่าวถึงเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามหาก ปืนใหญ่ ไม่ยอมขาย อเล็กซิส หลังจบฤดูกาลก็มีสิทธิ์สูงมากๆ ที่จะเสียนักเตะไปแบบฟรีๆ หลังหมดสัญญาช่วงซัมเมอร์ปี 2018

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตอนนี้ อาร์เซนอล เองก็ยังมีเรื่องให้ชื่นใจอยู่บ้างเมื่อสามารถผ่าน เรือใบสีฟ้า เข้าชิง เอฟเอ คัพ ที่ได้ อเล็กซิส นี่เองเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลา

“9 สโมสร” ที่หนีตกชั้นได้แบบน่าตื่นตาตื่นใจในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

จากนักเตะ, สู่สนาม, ด้านการเงิน ความกลัวของแฟน ๆ ที่กังวลว่าสโมสรของตัวเองจะตกชั้นนั้นทำให้เกิดความตึงเครียดไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อภายในสโมสรมากมาย

พวกเราอาจจะไม่ได้ติดตามเชียร์ทีมเล็ก ๆ ที่เอาแต้คอยหนีตกชั้นเกือบทุก ๆ ปีอยู่มากมาย แต่แน่นอนว่ามีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่คอยให้การสนับสนุนติดตามผลงานของทีมที่เขารัก และเมื่อได้เห็นทีมของตัวเองอยู่รอดปลอดภัยจากการหนีตกชั้นนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก อาจจะไม่มีอารมณืเดียวกับการได้แชมป์ แต่เชื่อว่ามันก็คือความตื้นตันและดีใจแบบสุด ๆ อย่างแน่นอนไม่แพ้กัน

1. เลสเตอร์ ซิตี้ – 2014/15
ในฤดูกาลแรกที่พวกเขาขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดของ อังกฤษ นั้นมันดูเหมือนว่าจะเป็นเวลาสั้น ๆ ที่พวกเขาจะได้สัมผัสเกมระดับนี้ จากทีมที่อยู่ท้ายตารางใน พรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนมีนาคม ได้แค่ 7 คะแนนจาก 9 เกม ซึ่งหมดหวังที่ลูกทีมของ ไนเจล เพียร์สัน จะอยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้

อย่างไรก็ตามเพราะประตูของ เจมี วาร์ดี้ และประสบการอัรมากมายของ เอสเตบัน คัมเบียสโซ กลับช่วยให้พวกเขาเอาชนะได้ 7 เกมจาก 9 นัดที่เหลือซึ่งทำให้พวกเขาจบในอันกับที่ 14 ของตารางคะแนน ปาฏิหาริย์ไม่ได้ม่แค่เท่านั้น แค่เพียง 12 เดือนต่อมา พวกเขาก็สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ได้สำเร็จจากการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้นั่นเอง

2. ฟลูมิเนนเซ่ – 2009
แม้ว่าจะได้เข้าชิง โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ซึ่งเปรียบเสมือน แชมเปียนส์ลีก ของ อเมริกาใต้ เมื่อปีล่าสุด แต่ ฟลูมิเนนเซ่ ในปี 2009 กลับตกอยู่ในหายนะอย่างไม่น่าเชื่อ ทีมจาก บราซิล นี้ได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมไปถึง 5 คนด้วยกันหลังจากทำผลงานย่ำแย่เอามาก ๆ พวกเขาถูกตาดว่ามีโอกาสจะตกชั้นจาก เซเร อา ลีกแดน แซมบ้า ถึง 98% เลยทีเดียว

แต่ยังก่อน การกลับมาจากการบาดเจ็บของ เฟร็ด อดีตดาวดังของ ลียง ช่วยค่อย ๆ ทำให้สโมสรจาก ริโอ เด จาเนโร ดีขึ้น พวกเขาสร้างความเหลือเชื่อโดยการคว้า 20 แต้มจากทั้งหมด 24 คะแนนสุดท้ายได้ ต่อมาพวกเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างคงเส้นคงวา สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการ โคปา ซูดาเมริกานา ได้ ก่อนที่จะสามารถคว้าแชมป์ลีก บราซิล ได้ 2 จาก 3 ฤดูกาลถัดมานั่นเอง

3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – 2006/07
การเข้ามารับหน้าที่ชั่วคราวของ อลัน เคอร์บิชลีย์ แทน อลัน พาร์ดิว ส่งผลกระทบต่อ เวสต์แฮม อย่างมาก ทีมจากลอนดอนตะวันออกไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงต้นมีนาคมเลย พวกเขาจมอยู่ในโซนตกชั้นโดยมี 10 คะแนนห่างจากทีมอันดับ 17 ซึ่งดูเหมือนว่าความวังของขุนค้อนที่จะอยู่รอดได้หมดลงไปแล้ว

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ของ เวสต์แฮม ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ คาร์ลอส เตเบซ สามารถทำได้ถึง 7 ประตูช่วยพาทีมชนะได้ 7 เกมจากทั้งหมด 9 นัด ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถอยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุดได้ โดยในเกมสุดท้ายพวกเขารู้ดีว่าต้องการแค่ผลชนะเท่านั้นเพื่ออยู่รอด โดยกองหน้า อาร์เจนไตน์ ได้ทำประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนั้น ให้กับทีม ขุนค้อน ได้ทำให้พวกเขาสามารถรอดตกชั้นราวกับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริง ๆ

4. ตอนเดลา 2015/16
ทีมจากประเทศ โปรตุเกส ตอนเดลา ได้เล่นฟุตบอลลีกอาชีพจริง ๆ ในปี 2012 ก่อนที่พวกเขาจะสามารถขึ้นสู่ลีกสูงสุดในในฤดูกาล 2015/16 หลังจากชนะได้แค่ 3 เกมจาก 26 นัดล่าสุดทำให้ดูเหมือนการอยู่ในลีกสูงสุดจะเป็นแค่ระยะสั้นเท่านั้น และผู้จัดการทีมตอนนั้นอย่าง รุย เบนโต โดนปลดและแทนที่ด้วยอดีตนักเตะทีมชาติ โปรตุเกส อย่าง เปอร์ตีต์

พวกเขาพิสูจน์ได้ว่ามาถูกทางเมื่อพวกเขาต้องการ 11 คะแนนเพื่ออยู่รอด อย่างไรก็ตามพวกเขาพลาดเก็บแต้มแค่ 4 คะแนนจาก 7 เกมด้วยกัน เกมที่สุดยอดของพวกเขานั้นแน่นอว่าหนีไม่พ้นนัดที่เอาชนะ ปอร์โต้ ได้ 1-0 และเสมอ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-2 ด้วยผู้เข้าชมในสนามราวแค่ 5,000 คนเป็นสักขีพยานว่า ตอนเดลา สามารถอยู่ในลีกสูงสุดของ โปรตุเกส ในฤดูกาลต่อไปได้
5. ฟูแล่ม – 2007/08
ทีม เจ้าสัว ได้เก็บชัยชนะเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เป็นไปตามที่ รอย ฮัดสัน คาดการ์ไว้อย่างแน่นอน ด้วยเกมที่เหลืออีกแค่ 3 นัดทำให้ใหครหลาย ๆ คนเชื่อวานพวกเขาต้องจาก พรีเมียร์ลีก ืไปอย่างแน่นอนแล้ว และในเกมถัดมายังต้องออกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีก แถมยังโดนนำถึง 2-0 ด้วยกัน

แน่นอน พวกเขากลับมาได้อย่างเหลือเชื่อ ดิโอมองซี กามารา ยิง 2 ประตูบวกกับ แอนนี เมอร์ฟี อีก 1 ลูก ทำให้เก็บสามคะแนนสำคัยได้ ซึ่งพวกเขาก็มองไปที่ 2 เกมที่เหลือที่ต้องชนะให้ได้ และก็ไม่มีปัญหาสำหรับ ฟูแลม โดยหลังจบเกมสุดท้ายพวกเขามีคะแนนเท่ากับทีมอันดับที่ 18 อย่าง เรดดิ้ง แต่มีประตูได้เสียดีกว่าแค่ 3 ลูกเท่านั้นเอง

6. คาร์ไลส์ ยูไนเต็ด – 1988/99
จากลีกสูงสุดของ อังกฤษ พวกเขาดิ่งลงสู่ลีกรองอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยโชคชะตาหรือบางอย่างทำให้ คาร์ไลส์ ยูไนเต็ด ได้ลงไปเล่นในลีกลำดับที่ 4 ใน คอนเฟอร์เรนซ์ ลีก ปี 1999 อนาคตผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ตอนนั้นอย่าง ไนเจล เพียรส์สัน ที่ระดมทุกวิถีทางในการแข่งขันวันสุดท้ายเพื่อเอาชนะทีม สคาร์โบโรห์ ให้ได้

ในขณะที่ทั้งคู่เสมอกันอยู่ที่ 1-1 นั้น เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอและเป็น สคาร์โบโรห์ จะอยู่รอดต่อไป แต่สิ่งที่เหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อ จิมมี กลาสส์ ผู้รักษาประตูที่ยืมตัวฉุกเฉินจากสโมสรอื่นของ คาร์ลิเซิล ก็มาทำประตูได้ในช่วงท้ายเกมจากลูกเตะมุม ถือว่าเป็นแมตช์ดราม่านัดหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลเลยทีเดียว

7. ซันเดอร์แลนด์ – 2013/14
ซันเดอร์แลนด์ เป็นทีมที่เล่นเหมหนีตกชั้นได้ดีทีมหนุ่งเลยทีเดียว ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2013/14 สมัยที่ กัส โฟเยต์ คุมทีมอยู่ แมวดำ นั้นต้องใช้ชีวิตทั้ง 9 ที่เหลืออยู่ใน 6 เกมสุดท้ายของ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนั้น ซึ่งพวกเขาอยู่ห่างจากโซนปลอดภัยถึง 7 คะแนนด้วยกัน

พวกเขายังเหลือชีวิตรอดจริง ๆ เมื่อสามารถเอาชนะ เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ในเกมเยือนซะด้วย สุดท้าย แมวดำ พลากเก็บคะแนนแค่ 4 แต้มจาก 6 เกมหลังสุด โดยจบในอันดับที่ 14 ของตารางคะแนนและได้อยู่เล่นในลีกสูงสุดของ อังกฤษ ต่อไป

8. ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่ถือเป็นการหนีตกชั้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บุนเดส ลีกา ย้อนกลับไปในเกมสุดท้ายปีนั้น มีถึง 6 ทีมที่อยู่ในสถานการณืที่ไม่ปลอดภัยซึ่งมีสิทธิ์จะตกชั้นจากลีกสูงสุดของ เยอรมนี

ในตอนนั้น แฟร้งค์เฟิร์ต ต้องการชนะด้วยการยิงประตู 5 ลูกขึ้นไปต่อทีมที่กำลังแย่งโควต้า แชมเปียนส์ลีก อย่าง ไกเซอร์สเลาเทิร์น หลังจากที่ เนิร์นแบร์ก สามารถพลิกกลับมาเอาชนะทีมหนีตายอีกทีมอย่าง ไฟร์บวร์ก ได้ นั่นคือแมตช์ประวัติศาสตร์เลยจริง ๆ แยน เอจ ฟยอตอฟท์ ก็มาทำประตูสำคัญได้ในนาทีที่ 89 ของเกมเป็นประตูที่ 5 ของทีมพอดิบพอดี

9. เวสต์บรอมวิช อัลเบียน – 2004/05
เป็นสถิติที่เหลือเชื่อในเกมวันสุดท้ายของ พรีเมียร์ลีก ดูกาล 2004/05 นี่ไม่ใช่แค่ครั้งแรกเท่านั้นที่ทีมหนีการตกชั้นจะสามารถเอาชนะได้ในเกมสุดท้าย ในตอนนั้นมีถึง 4 ทีมที่กำลังหนีการตกชั้นอยู่นั้น ซึ่งก็เป็นทาง เวสต์บรอม ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ในการอยู่รอดได้แม้ว่าพวกเขาจะจมอยู่ท้ายตารางในช่วงคริสต์มาส

อย่างไรก็ตาม เดอะ แบ็กกีส์ แพ้ให้กับ นอร์ริช ซิตี้, เสมอ เซาแธมป์ตัน และ คริสตัล พาเลซ ที่สำคัญทำให้่สโมสรร่วมหนีตายอย่าง มิดเดิลสโบรห์ มีโอกาสอยู่รอดต่อไปในลีกสูงสุด หลังจากแพ้ไป 4-0 แต่พวกเขาก็กลับมาได้ในเกมที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต้ด ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไป 1-1 และกลับมาชนะ ปอร์สมัธ 2-0 ที่บ้านนั่นเอง

แรงบันดาลใจ ! เคน ลั่น ไก่เดือยทอง จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เพื่อ อีไฮอ็อก

แฮร์รี เคน กองหน้า ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ได้ออกมาตั้งความหวังในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เพื่อ อูโก อีไฮอ็อก

โดยอดีตแนวรับทีมชาติ อังกฤษ ผู้รับบทโค้ช ยู-23 ของ ไก่เดือยทอง ในปัจจุบัน ได้วูบลงคาสนามซ้อมวันที่ 20 เมษายน ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลด้วยวัยเพียงแค่ 44 ปี

“แน่นอนว่าสองสามวันที่ผ่านมานี้มันเป็นอะไรซึ่งยากลำบากมากๆ” เคน กล่าวหลังเกมแพ้ เชลซีผลบอลย้อนหลัง 4-2 อดเข้าชิง เอฟเอ คัพ “อูโก คือคนที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ในสนามซ้อมและมันก็เป็นข่าวที่ทำให้เราช็อคมากๆ”

“แน่นอนว่าเราจะพยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มามอบให้เขา”

“ตอนนี้ยังคงเหลืออีก 6 เกมหนักรออยู่ใน พรีเมียร์ลีก แม้จะไม่สามารถทำอะไรกับ เชลซี ได้ หากก็ต้องพยายามเอาชนะให้มากที่สุดเท่านั้น”

โดยเกมต่อไป ไก่เดือยทอง จะต้องเจอกับทีมจอมล้มยักษ์อย่าง คริสตัล พาเลซ ส่วน สิงห์บลู ก็จะต้องรับมือกับ เซาธ์แฮมตัน

ยังไม่จบ ! JK ชี้ หงส์แดง ยังมีเวลา 1 เดือนให้สู้เพื่อ UCL

เยอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากหลังแพ้ คริสตัล พาเลซ คารังผลบอล 2-1 แต่ก็ชี้ว่ายังมีอีกเดือนที่เหลือให้พยายามต่อไปจนถึงที่สุด

โดยจากผลการพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ หงส์แดง รั้งอันดับ 3 มี 66 คะแนนจาก 34 นัด นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 และ 3 คะแนนหากยังแข่งมากกว่า 2 นัดด้วยกัน

“เราสามารถเป็นฝ่ายครองเกมและคงไม่มีนัดไหนจะสร้างโอกาสได้เป็น 20 ครั้งได้บ่อยๆ หรอก” คล็อปป์ กล่าว “ครึ่งแรกเรายิงประตูที่สุดสวยได้พร้อมยังหยุดพวกเขาไว้ซะอยู่หมัด”

“หลังจากนั้นครึ่งหลังเราก็มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นพร้อมเป็นฝ่ายครองเกมด้วย พวกเขาก็พยายามเคาท์เตอร์แอ็ทแท็คแล้วมามีโอกาสจากลูกเตะมุมและนั่นเป็นอะไรที่ตัดสินเกมเลย”

“มันผิดหวัง, น่าหัวสียจนบางคนคิดว่า ลิเวอร์พูล น่าจะพลาดโควต้าแชมเปียนลีกแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งเดือนให้เราพยายามมองโลกในแง่ดีทุ่มเททุกอย่างจนจบฤดูกาล”

ปัญหาเดิมๆ คาร์ราเกอร์ ชี้ หงส์ พ่าย เพราะ ลอฟเรน เล่นห่วย

เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตแข้งขวัญใจแฟนบอลของ ลิเวอร์พูล ออกมาตำหนิผู้เล่นแนวรับอย่าง เดยัน ลอฟเรน ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมต้องพ่ายแพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ ไปอย่างน่าผิดหวัง

ค่ำคืนที่ผ่านมา หงส์แดง ต้องพ่ายให้แก่ คริสตัล พาเลซ ในบ้านของตัวเอง โดยมี คริสเตียน เบนเทเก้ ศิษย์เก่าที่โดนขายทิ้งไปตอนต้นฤดูกาลทำคนเดียว 2 ลูก

“อะไรที่มันผิดพลาดในเกมนี้ ? ผมคิดว่าปัญหาคือสิ่งที่เราพูดถึงกันมาตลอดทั้งฤดูกาล เช่น เซ็นเตอร์แบ็คอ่อนและการป้องกันลูกตั้งเตะนั่นแหละ” คาร์รา กล่าวกับ สกายสปอร์ตส

“โดยเฉพาะเกมนี้ ลอฟเรน มีส่วนร่วมกับการเสียทั้งสองประตู เขาทำผิดพลาดไปสองครั้งทั้ง ๆ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่มากประสบการณ์สุดคนหนึ่งของทีม”

“นักเตะระดับนี้ควรอ่านเกมให้ขาด ไม่ควรเข้าบอลผิดจังหวะอย่างที่เห็น ซึ่งนั่นส่งผลให้เราต้องโดนยิง”

เวย์น รูนีย์ : “ผมกับ มาร์กซิยาล ทำให้ มูรินโญ ต้องถึงกับคิดหนัก”

เวย์น รูนีย์ กัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวแสดงความดีใจหลังจากที่มีชื่อเป็นผู้ทำประตูได้ในเกมบุกชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา

โดยแมตช์ดังกล่าว อองโตนี มาร์กซิยาล นั้นถูก โฆเซ มูรินโญ เลือกให้ลงเล่นเป็นตัวจริงด้วย และก็ยิงเบิกร่องได้ในนาทีที่ 21 ซึ่งจุดนี้เอง “เสี่ยหมู” ถึงกับพูดเลยว่ากุนซือมาดเครียดจะต้องคิดหนักแน่กับฟอร์มอันยอดเยี่ยมของพวกเขาทั้งสอง

“ฟอร์มของ มาร์กซิยาล ในวันนี้ทำให้ ผู้จัดการทีม ต้องกลับไปขบคิดอะไรต่าง ๆ อีกเยอะเลย ทั้งผมและเขาต่างยิงได้ทั้ง มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากเพราะถือเป็นการสร้างใจไว้สู้กับศึกบิ๊กแมตช์กับ แมนฯ ซิตี้ กลางสัปดาห์นี้” รูนีย์ กล่าว

“ผมรู้สึกดีเสมอเมื่อได้มีชื่อขึ้นอยู่บนสกอร์บอร์ด ด้วยความที่บาดเจ็บจนไม่ได้ลงเล่นมานานมันสร้างความผิดหวังท้อแท้ให้เกิดขึ้นได้มาก แต่ก็นะ ตอนนี้ผมรู้สึกแข็งแรงมากแล้ว”

“ทั้ง ยูไนเต็ด และ ซิตี้ ต่างเป็นทีมฟุตบอลที่ดีมาก ซึ่งเกมดาร์บีนี้ จะส่งผลต่อการแย่งชิงตำแหน่งท็อปโฟร์เต็ม ๆ ฉะนั้นพวกเราพร้อมแล้วที่จะใส่เต็ม”

รวยกันนัก! เอเยนต์ ยันเอง ใครกล้าจ่าย 100 ล้าน มาเอา กรีซมันน์ ไปเลย

สำหรับ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าระดับโลกจากทีม แอตเลติโก มาดริด นั้นก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าหลังจบฤดูกาล 2016-17 นี้แล้วเขาจะเลือกทางเดินชีวิตให้ตัวเองอย่างไร

เพราะถึงแม้ทีมตราหมี ที่มี ดิเอโก้ ซิเมโอเน เป็นกุนซือนั้นจะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นสโมสรใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งไม่แพ้ใครในยุโรป แต่ก็ดูท่าอาจจะไม่สามารถรั้ง ดาวเตะชาวฝรั่งเศสเอาไว้ได้ 100%

โดยเฉพาะกับการที่มีทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามาพัวพันด้วยแล้ว ปัจจัยหลายอย่างบ่งชี้ว่า โอลด์ แทรฟฟอร์ด อาจจะเป็นบ้านหลังต่อไปที่เขาเลือกย้ายไปอยู่

แต่ถึงกระนั้น เอเยนต์ ของ กรีซมันน์ ก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า คงไม่สามารถปฏิเสธได้หากมีทีมไหนกล้ายอมจ่ายเงินมากถึง 100 ล้านยูโร ซึ่งถูกเขียนเอาไว้ว่าเป็นค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัว

“เป็นความจริงที่ค่าฉีกสัญญาของ กรีซมันน์ คือ 100 ล้านยูโร ซึ่งหากใครยื่นมาจริงก็ถือเป็นดีลที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้” โอลฮาตส์ ผู้เป็นเอเยนต์ของ แข้งน้ำหอม กล่าวกับ เทเลฟุต

“ตอนนี้เรากำลังปรึกษากันอยู่กับสถานการณ์นี้ แน่นอนว่ามีทั้งทีมจากอังกฤษอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, เชลซี และทีมจาก บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด กำลังให้ความสนใจ กรีซมันน์ อยู่”