มหาวิทยาลัยราชธานี

June 10, 2017 C49CE3 0

ประวัติมหาวิทยาลัย           มหาวิทยาลัยราชธานี เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือกำเนิดขึ้นจากความต้องการทางการศึกษาของเยาวชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น และสำหรับผู้แสวงหาความก้าวหน้าในทางวิชาการได้มีโอกาสศึกษาเพิ่มเติม โดยมุ่งหวังให้บัณฑิตมีศักยภาพเพียงพอในการนำความรู้และประการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มหาวิทยาลัยมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตบัณฑิตที่มีมาตรฐานทางวิชาการและวิชาชีพในสาขาวิชาการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นสากลเพื่อเป็นฐานของการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีในประเทศ และสนองความต้องการทรัพยากรบุคคลระดับสูงของประเทศ คณะผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยราชธานี มีปณิธานที่จะถ่ายทอดความรู้ ควบคู่กับการเสริมสร้างคุณธรรมและส่งเสริมความก้าวหน้าให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและสติปัญญา ตลอดจนสนองความต้องการกำลังคนของประเทศ มหาวิทยาลัยราชธานี ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งจากทบวงมหาวิทยาลัย ในนามวิทยาลัยเทคโนโลยีราชธานี เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๓๖ ณ เลขที่ ๔๘๗ ถนนชยางกูร ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ๓๔๐๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๕-๓๑๒-๑๗๖-๗ และได้รับรองวิทยฐานะจากทบวงมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่  ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนประเภทสภาบันจาก “วิทยาลัยเทคโนโลยีราชธานี” เป็น “มหาวิทยาลัยราชธานี” จากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๖ ในปีการศึกษาแรกของการดำเนินการสอน มหาวิทยาลัยราชธานีได้รับความเห็นชอบให้เปิดดำเนินการ ๒ คณะ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ๔ ปี สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า หลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต ต่อเนื่อง ๒ ปี สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และคณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรบัญชีบัณฑิต ๔ ปี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การงานและสังคม โดยส่วนร่วม มหาวิทยาลัยได้ขยายคณะและสาขาเพิ่มขึ้นอีก ๖ สาขา ในปีการศึกษา ๒๕๓๗-๒๕๓๘ ได้แก่หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาล และระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ในปีการศึกษา ๒๕๔๔ มหาวิทยาลัยราชธานี ได้เปิดดำเนินการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาเพิ่มขึ้นอีก ๑ หลักสูตร คือหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕๔๘ มหาวิทยาลัยราชธานีได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาเพิ่มขึ้นอีก ๕ สาขาวิชา คือ หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน และหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต ๔ สาขาวิชา ดังนี้ สาขาวิชาการพยาบาลมารดาและทารกแรกเกิด สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ สาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช และสาขาวิชาการบริหารการพยาบาล ในปีการศึกษา ๒๕๔๙ มหาวิทยาลัยราชธานีได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการสอนในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตอีก ๑ หลักสูตร คือ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ในปีการศึกษา ๒๕๕๑ มหาวิทยาลัยราชธานีได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาอีก ๒ หลักสูตร คือหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต และในหลักสูตรระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน ๒ หลักสูตร คือ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยว และหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ มหาวิทยาลัยราชธานี ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการสอนในหลักสูตรปริญญาบัณฑิต เพิ่มอีก ๑ หลักสูตร คือหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น ในปีการศึกษา อ่านต่อ

มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

June 10, 2017 C49CE3 0

ความเป็นมา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยให้จัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531 โดย นายสุบิน ปิ่นขยัน ซึ่ง เป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม ออกใบอนุญาตจัดตั้งในนามของ วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ว.ภ.น.) หรือ North Eastern College (N.E.C.) ผู้ริเริ่มในการก่อตั้งซึ่งได้รับอนุมัติเป็น ผู้รับใบอนุญาต คือ ดร.ประภา ภักดิ์โพธิ์ พร้อมด้วยความสนับสนุนของ ดร.มังกร ภักดิ์โพธิ์ ซึ่ง ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสภาวิทยาลัยในขณะนั้นจึงถือว่าบุคคลทั้งสองเป็น ผู้ให้กำเนิดแก่สถาบันการศึกษาแห่งนี้ เปรียบเสมือนเป็นผู้เปิดโอกาสทางการศึกษาและสัมมาชีพในระดับสูงให้แก่ กุลบุตรกุลธิดาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีทางเลือกในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มก่อตั้งโดยการแนะนำของคณะที่ปรึกษา ซึ่งเป็นทั้งนักวิชาการและนักบริหาร โดยได้เตรียมการก่อตั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เริ่มปรับพื้นที่ริมถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ห่างจากขอบถนนมิตรภาพประมาณ 200 เมตร บนเนื้อที่ 47 ไร่ 3 งาน 51.1 ตารางวา ได้วางศิลาฤกษ์อาคารบริหาร ซึ่งปัจจุบันคือ อาคารสำนักงานอธิการบดี เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 แล้วลงมือก่อสร้างและจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ รวมเป็นเงินลงทุนระยะเริ่มต้น จำนวน 90 ล้านบาท คณะผู้ดำเนินการก่อตั้งวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับความกรุณาอย่างยิ่งจากคณะกรรมการที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมากที่ได้ให้ข้อเสนอแนะและให้ความช่วยเหลือจนกระทั่ง สามารถดำเนินการก่อตั้งได้ตามกำหนดเวลาซึ่งในวันรับมอบใบอนุญาตก่อตั้ง ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น ได้กล่าวคำปราศรัยในตอนหนึ่งว่า ? ทบวงมหาวิทยาลัยขอต้อนรับวิทยาลัยเอกชนแห่งที่ 25 และขอชมเชยที่วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่ สามารถยื่นเรื่องขอจัดตั้งเสร็จ ในระยะเวลาที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนดคือภายในระยะเวลา 3 เดือน เนื่องจากวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพร้อมในด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก เช่น ด้านเงินทุน ที่ดิน และทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งผู้ขอจัดตั้งรายอื่นน่าที่จะยึดเป็นแบบอย่างได้ ด้วยผลงานการพัฒนาวิทยาลัยด้านต่างๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมในเรื่องการจัดการศึกษา ที่สามารถผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่มีคุณวุฒิ คุณธรรม และคุณภาพ วิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้รับใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภท จากวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North Eastern University : N.E.U.) เมื่อวันที่b> 27 ธันวาคม 2542 โดยนายประจวบ ไชยสาส์น รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยเป็นผู้ลงนาม ในใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน    ปีการศึกษาที่เริ่มทำการเปิดกาสอน  ปีการศึกษา สาขาวิชาที่เปิดสอน  2531 ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต 4 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการเงินการธนาคาร และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  2532 ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ใน 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตร 4 ปี (วศ.บ.) และหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี (อส.บ.) อ่านต่อ

มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น

June 10, 2017 C49CE3 0

ประวัติ           มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น  มีประวัติอันยาวนานในการทุ่มเทให้กับงานบริการด้านการศึกษาแก่ประชาชนและชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี  โดยเริ่มมาจากโรงเรียนเทคนิคสิทธิธรรม  และในปี พ.ศ. 2526  เริ่มก่อตั้งโรงเรียนโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เพื่อดำเนินรอยตามในการบริการด้านการศึกษาแก่ประชาชน  ตราบจนทุกวันนี้โรงเรียนโปลีเทคนิคภาคตะวันออก   เฉียงเหนือก็ยังคงไว้ซึ่งอุดมการณ์เดิม และได้ก่อตั้งวิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542  เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับอุดมศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี           ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบันชั้นนำในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548  สภาวิทยาลัยดำเนินการเสนอเอกสารและหลักฐานแสดงความพร้อมด้านต่างๆต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  เพื่อขอเปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัย  และวิทยาลัยได้รับใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถานอุดมศึกษาเอกชน เป็น “ มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ”  เมื่อวันที่ 21  กรกฎาคม  2552  และในปี  2558  มหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี  14  สาขา  ได้แก่  สาขาการบัญชี   สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  สาขาการตลาด สาขาการจัดการอุตสาหกรรม  สาขาการจัดการ  สาขาการจัดการ(ภาษาอังกฤษ)  สาขานิติศาสตร์  สาขารัฐศาสตร์  สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์   สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์แอนิเมชั่นและเกม  สาขานิเทศศาสตร์  สาขาปฐมวัย  สาขาอุตสาหกรรมการบริการการท่องเที่ยวและการโรงแรม  และสาขาเทคโนโลยีเครื่องสำอางและความงาม  ในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต มี 1 สาขา  ได้แก่  สาขาวิชาชีพครู  ในระดับปริญญาโท   มี  5  สาขา  ได้แก่  สาขาบริหารการศึกษา  สาขารัฐศาสตร์  สาขาบริหารธุรกิจ สาขานิติศาสตร์  และสาขาบัญชี และในระดับปริญญาเอกมี  4  สาขา  ได้แก่  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  สาขาบริหารธุรกิจ  สาขารัฐศาสตร์  และสาขาธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารท้องถิ่น  มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในตัวเมืองจังหวัดอุบลราชธานี บนพื้นที่ 12 ไร่ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาและการกีฬาบริการแก่นักศึกษา ในปีการศึกษา 2558 มหาวิทยาลัยฯมีจำนวนนักศึกษาทั้งสิ้น  1,332  คน  และมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น  ได้ขยายการบริการด้านการศึกษาให้กับชุมชนออกไป ด้วยการก่อตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาโปลีเทคอำนาจเจริญ ที่จังหวัดอำนาจเจริญ  เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้เข้าถึงการศึกษาอย่างแท้จริง ที่ตั้ง มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น   มีที่ตั้งอยู่พื้นที่สองส่วน  คือ           ส่วนที่หนึ่ง เป็นพื้นที่ตั้งตามคำขออนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัย อยู่เลขที่ 749/1 ถนนชยางกูร  ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดอุบลราชธานี  เนื้อที่  8  ไร่  0.4  ตารางวา  ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมามหาวิทยาลัยได้จัดซื้อที่ดินรวมอาคาร 1 หลัง มีเนื้อที่ 1 ไร่ 74 ตารางวา ซึ่งติดกับที่ดินเดิม รวมเป็นเนื้อที่ทั้งสิ้น 9 ไร่ 74.4 ตารางวา  พื้นที่ส่วนที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยอยู่ติดกับถนน 4 ช่องจราจร  ซึ่งเป็นเส้นทางจากจังหวัดอุบลราชธานี  ไปจังหวัดอำนาจเจริญ  จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม  ทิศเหนือติดกับโรงเรียนโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทิศตะวันตกติดกับชุมชนวัดหนองบัว ตั้งอยู่ห่างจากสถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี  2 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าอากาศยานอุบลราชธานี  5  กิโลเมตร         อ่านต่อ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

June 10, 2017 C49CE3 0

ประวัติ      มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 เหตุผล โดยที่มาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษา ระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล เพื่อให้สถานศึกษาของรัฐดำเนินกิจการได้โดยอิสระสามารถพัฒนาระบบบริหาร และการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัวมีเสรีภาพทางวิชาการและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภามหาวิทยาลัยฯ ดังนั้นสมควรจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จำนวน 9 แห่ง ขึ้นแทนสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นหนึ่งในจำนวนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เน้นด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี ที่มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่มุ่งเน้นการปฏิบัติ ทำการสอน ทำการวิจัย ผลิตครูวิชาชีพ ให้บริการทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม โดยต่อยอดให้ผู้สำเร็จการอาชีวศึกษามีโอกาสในการศึกษาต่อด้านวิชาชีพจนถึงระดับปริญญา – วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 92 ตอนที่ 48 หน้า 1 – วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 วิทยาลัยฯ ได้รับการอนุเคราะห์จากกรมธนารักษ์ได้อนุเคราะห์จัดสรรที่ดินบริเวณคลองหก ฝั่งตะวันตก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โฉนดเลขที่ 706 เนื้อที่ 610-3-41 ไร่ และบริเวณคลองรังสิตฝั่งเหนืออำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โฉนดเลขที่ 39 เนื้อที่ 109-3-04เพื่อก่อสร้างศูนย์กลางการศึกษาระดับปริญญา – พ.ศ. 2528 เริ่มขยายการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในวิทยาเขตต่างๆ – วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูหั่วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาว่า “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญ พระราชลัญจกรประจำพระองค์และพระมหาพิชัยมงกุฎเป็นเครื่องหมายราชการของสถาบันฯ – วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูหั่วทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 6ก วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 พระราชบัญญัติฉบับนี้ มีผลให้เกิดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ประกอบด้วย 5 วิทยาเขต กระจายอยูทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ปัจจุบันเปิดสอน 4 คณะ ได้แก่ – คณะบริหารธุรกิจ – คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ – คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ – คณะศิลปกรรมและออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ปัจจุบันเปิดสอน 2 คณะ ได้แก่ – คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี – คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ปัจจุบันเปิดสอน 3 คณะ ได้แก่ – คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม อ่านต่อ

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

June 10, 2017 C49CE3 0

” มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ” เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ และอยู่ในกำกับของรัฐบาลที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่ออัน เป็นสร้อยพระนามในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีเป็น มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ที่จัดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยในรูปแบบ Residential University ที่มีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการแบบครบวงจร รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ พ.ศ. 2510 ชาวนครศรีธรรมราชเริ่มรณรงค์เรียกร้องให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2522 ส.ส.นครศรีธรรมราชเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2527 ประชาชนรวมตัวกันจัดตั้งคณะกรรมการรณรงค์ให้มีมหาวิทยาลัยที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช 13 กันยายน พ.ศ. 2531 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งวิทยาลัยนครศรีธรรมราช สังกัดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศต่อไป 4 เมษายน พ.ศ. 2533 คณะรัฐมนตรียกเลิกมติเดิมและอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 20 สิงหาคม พ.ศ. 2534 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานชื่อว่า “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ” 29 มีนาคม พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พุทธศักราช 2535 และมหาวิทยาลัยถือเอาวันนี้เป็นวันสถาปนา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 7 เมษายน พ.ศ. 2535 ประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พุทธศักราช 2535 ในราชกิจจานุเบกษา 8 เมษายน พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พุทธศักราช 2535 มีผลบังคับใช้ 8 เมษายน พ.ศ. 2536 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีทรงพระราชทานอนุญาตให้อัญเชิญตราพระนามของพระองค์ท่านเป็นตราประจำมหาวิทยาลัย 24 มิถุนายน พ.ศ.2536 จัดตั้งสำนักงานอธิการบดีและหน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร 10 มกราคม พ.ศ.2539 รัฐบาลโดยมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการอุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี 21 มกราคม พ.ศ.2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานชื่อ “อุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ” 29 มีนาคม พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีเสด็จพระดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าดำเนินงาน ณ ที่ตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 23 พฤษภาคม พ.ศ.2541 เปิดดำเนินการรับนักศึกษารุ่นแรกขึ้นทะเบียน 28 พฤษภาคม พ.ศ.2541 เปิดสอนวันแรก

มหาวิทยาลัยนครพนม

June 10, 2017 C49CE3 0

ความเป็นมา มนพ.          มหาวิทยาลัยนครพนมเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่เกิดจากการหลอมรวมสถานศึกษาในจังหวัดนครพนม ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ. 2548 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่122 ตอนที่ 75 ก เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2548 จึงมีผลให้มหาวิทยาลัยนครพนม ได้รับการยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยนครพนม”ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2548 โดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัตินั้นให้รวม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครพนม, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาเขตนครพนม, วิทยาลัยเทคนิคนครพนม, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครพนม, วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม, วิทยาลัยการอาชีพนาหว้า และ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม  มาจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยนครพนม และให้มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมาย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยนครพนมดำเนินภารกิจภายใต้ภารกิจเดิมของสถานศึกษาที่นำมาหลอมรวม จัดการศึกษาทั้งในระดับหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส) หลักสูตรปริญญา ภายใต้ภาระกิจการหลอมรวมสถานศึกษาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาเดิมที่จัดตั้งสถาบันขึ้นมาใหม่…. ปรัชญา/เอกลักษณ์/อัตลักษณ์ ปรัชญา          “พัฒนาความรู้ คู่คุณธรรม สัมพันธ์อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” เอกลักษณ์          “เสริมสร้างความรู้ สู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” อัตลักษณ์ ระดับอุดมศึกษา          1. มีสมรรถนะตามสาขาวิชาชีพ (Competency)          2. มีความสามารถในการสื่อสารภาษาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Communication)          3. เป็นบัณฑิตที่มีความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น สังคม อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Cultural Understanding)ระดับอาชีวศึกษา          ทักษะเด่น เน้นคุณธรรม วิสัยทัศน์/พันธกิจ/เป้าประสงค์ วิสัยทัศน์          “เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”          Nakhon Phanom University is a leading university in the Greater Mekong Sub-Region (GMS) พันธกิจ          พันธกิจที่ 1 : ผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณลักษณะเฉพาะตามอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนครพนม และมีความสอดคล้องกับความต้องการของสังคม          พันธกิจที่ 2 : วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของสังคม          พันธกิจที่ 3 : บริการวิชาการและวิชาชีพที่ตอบสนองความต้องการของสังคม          พันธกิจที่ 4 : ทำนุบำรุง ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปะ วัฒนธรรมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง          พันธกิจที่ 5 : การบริหารจัดการที่ดีด้วยหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์          1. บัณฑิตมีความรอบรู้ มีความสามารถ พร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม          2. เป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาศักยภาพการแข่งขันสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง          3. เป็นศูนย์กลางการบริการวิชาการและวิชาชีพ ที่ตอบสนองความต้องการของสังคม ประเทศ และ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง          4. เป็นแหล่งทำนุบำรุง ส่งเสริม เผยแพร่ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมของชุมชน ในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง          5. เป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการที่ดีด้วยหลักธรรมาภิบาล สัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ตราสัญลักษณ์          ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยนครพนมมีลักษณะเป็นรูปหยดน้ำสีน้ำตาลประกอบด้วย องค์พระธาตุพนมอยู่บนดอกบัว ส่วนล่างขององค์พระธาตุพนมมีซุ้มประตูสี่ทิศบนคลื่นน้ำสีฟ้าจำนวนสามเส้น ภายในองค์พระธาตุพนมเป็นลายดอกบัวเจ็ดดอก โดยทั้งหมดอยู่ในวงรีลักษณะหยดน้ำและภายในมีวงรีสีเหลืองทองสองวง ระหว่างวงรีสีเหลืองทองมีรูปรวงข้าวสีเหลืองทองทั้งสองข้าง อ่านต่อ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

June 10, 2017 C49CE3 0

ประวัติ มทส.          ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รัฐบาลมี นโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคและ ชนบท ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ใน พ.ศ. 2523 ทบวงมหาวิทยาลัยจึง เสนอให้ รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ในส่วนภูมิภาค 5 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 1 แห่ง ภาคใต้ 1 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง ในส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้จัดตั้ง วิทยาลัยในสังกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดนครราชสีมา โดยวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้ใช้ชื่อว่า “ วิทยาลัยสุรนารี ” และเลือกพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ประมาณ 7,000 ไร่ เป็นที่ตั้ง       ต่อมารัฐบาลซึ่งมี ฯพณฯ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็น นายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความจำเป็น ในการเร่งรัดจัดตั้งมหาวิทยาลัย เพิ่มขึ้นในส่วนภูมิภาค เพื่อให้มีศักยภาพ และความพร้อมที่จะสนองความ ต้องการของการ พัฒนาประเทศในภูมิภาคต่างๆ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีใน คราวประชุม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2531 จึงมีมติให้ยกฐานะวิทยาลัย ในภูมิภาคทั้ง 5 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ พร้อมกันนี้ ได้อนุมัติ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้ง “มหาวิทยาลัยสุรนารี ” โดยมีปลัดทบวง มหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์ ดร . วิจิตร ศรีสอ้าน) เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้จัดทำโครงการ จัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเสนอต่อรัฐบาล พร้อมทั้งเสนอร่าง พระราชบัญญัติจัดตั้ง มหาวิทยาลัย ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม พ.ศ. 2532        เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พระราชบัญญัติดังกล่าว และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2533 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  จึงได้ถือเอาวันที่ 27 กรกฎาคม 2533 เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

June 9, 2017 C49CE3 0

ประวัติ ความเป็นมาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น       “การตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นอีกแห่งหนึ่งนั้น เป็นคุณอย่างยิ่ง เพราะทำให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภูมิภาคที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งต่อไปจะเป็นผลดีแก่การพัฒนา ยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้เป็นอย่างยิ่ง  ความสำเร็จในการตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเป็นความสำเร็จที่ทุกคนควร จะยินดี” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอุดมศึกษาสถานแห่งแรก ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแม้กำเนิดของมหาวิทยาลัยจะมีแนวความคิดย้อนหลังไปได้ถึงก่อน สงครามโลกครั้งที่สอง แต่การเตรียมการก่อสร้างอย่างจริงจัง กระทำกันในรัฐบาล ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในขณะที่เริ่ม พัฒนาภูมิภาคส่วนนี้ของประเทศ เมื่อพุทธศักราช 2505 การลงมือก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี 2507 โดยมีมติจัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเกษตรศาสตร์ขึ้นที่บ้านสีฐาน จังหวัดขอนแก่น และเสนอชื่อสถาบันนี้ว่า มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Khon Kaen Institute of Technology มีชื่อย่อ K.I.T. โดยมีสภาการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อมาในปีพุทธศักราช 2508 คณะรัฐมนตรีมีมติให้เปลี่ยนชื่อ เป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตราพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ วันที่ 25 มกราคม 2509 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาของมหาวิทยาลัย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นศูนย์รวมทางความคิด สติปัญญาของสังคม และเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ภูมิภาค ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินดินลูกคลื่นสีแดง มีชื่อเรียกว่า “มอดินแดง” บนพื้นที่ประมาณ 5,500 ไร่ มีคณะวิชาที่ผลิตบัณฑิตจำนวน 25 คณะวิชา นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลศรีนครินทร์ และหน่วยงานเทียบเท่าคณะ ประกอบด้วย ศูนย์ สถาบัน สำนัก ให้บริการวิชาการและบริการชุมชน มีที่ทำการไปรษณีย์ ศูนย์บริการ  สหกรณ์ ร้านค้า หอพัก บ้านพัก แฟลต เรืองรับรอง ธนาคาร โรงเรียน และสาธารณูปโภคอื่นๆ เพื่อให้บริการแก่บุคลากร นักศึกษา และประชนชนทั่วไปอย่างครบครัน ปณิธานและปรัชญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นศูนย์รวมทางความคิด สติปัญญาของสังคม และเป็นศูนย์รวมการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่นยึดมั่นในความเป็นเลิศทางวิชาการ มีความสัมพันธ์กับนานาประเทศทั่วโลกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศอินโดจีน เป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นแหล่งเชื่อมโยงความรู้ทางอินโดจีนอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นกลไกในการพัฒนาให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการทุกสาขา รวมทั้งการวางรากฐานให้เป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศของภูมิภาคโดยอาศัยความร่วม มือ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น พึงเป็นผู้ที่กอปรด้วย วิทยา จริยา และปัญญา อันที่จะสามารถประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภูมิภาคแก่ประเทศชาติ และขยายสู่ความเป็นสากลต่อไป ตราประจำมหาวิทยาลัย เป็นรูปเทพยดากระหนาบองค์พระธาตุพนมอัญเชิญมิ่งมงคลประทานแก่สถาบัน สถิตเหนือขอนไม้ ซึ่งสลักเป็นชื่อมหาวิทยาลัย พื้นหลังแบ่งเป็น 3 ช่อง มีความหมายถึง คุณธรรมของนักศึกษา 3 ประการ ได้แก่ อ่านต่อ

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

June 9, 2017 C49CE3 0

ประวัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรกในปีการศึกษา ๒๕๓๑ ภายใต้ชื่อ “วิทยาลัยอุบลราชธานี“ สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเปิดทำการสอนในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ รัฐบาลสมัย พลเอกชาติชาย  ชุณหวัณ ได้มีมติยกฐานะวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็น “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี” ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐลำดับที่ ๑๙ สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๓๓ ต่อมาสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้แต่งตั้งให้ รองศาสตราจารย์สมจิตต์ ยอดเศรณี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นคนแรกของมหาวิทยาลัย รายชื่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตั้งแต่คนแรกจนถึงปัจจุบันมีรายนามดังต่อไปนี้ คือ 1. รองศาสตราจารย์สมจิตต์ ยอดเศรณี         ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ – ๒๕๔๒ 2. ศาสตราจารย์ไพฑูรย์  อิงคสุวรรณ              ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๔๕ 3. ศาสตราจารย์ประกอบ  วิโรจนกูฏ               ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๕๓ 4. รองศาสตราจารย์นงนิตย์  ธีระวัฒนสุข       ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบัน และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ถือเอาวันที่  ๒๙  กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย   มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตั้งอยู่ ณ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐ ถนนวารินเดชอุดม ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี บนเนื้อที่รวมทั้งสิ้น ประมาณ ๕,๒๒๘ ไร่ เฉพาะเขตการศึกษามีพื้นที่ประมาณ ๔๕๐ ไร่ มีเส้นทางการคมนาคมเชื่อมโยงสู่อำเภอวารินชำราบและอำเภอเมือง โดยมีระยะห่างจากสนามบินจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ ๒๐ กิโลเมตร และห่างจากสถานีรถไฟอำเภอวารินวารินชำราบ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ปรัชญา “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสร้างสติและปัญญาแก่สังคม บนพื้นฐานความพอเพียง” วิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นสถาบันชั้นนำแห่งการเรียนรู้ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน” พันธกิจ      1. สร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล  มีคุณธรรมนำความรู้  คิดเป็น  ทำเป็น  และดำรงชีวิตบนพื้นฐานความพอเพียง      2. วิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และผลงานสร้างสรรค์  ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน      3. บริการวิชาการ และเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชน สังคม ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง      4. ทำนุบำรุง  ฟื้นฟู  ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดการศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษาโดยเน้นทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค การสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงาน ธุรกิจ และบุคคลในภูมิภาค โดยเพิ่มการกระจายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพิ่มมากยิ่งขึ้นต่อไป กลยุทธ์      1. อ่านต่อ